ดูแล้วจุกอกมากค่ะ ฉากที่แม่ทัพคุกเข่าขอโทษพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือ มันสื่อถึงความหมดหนทางได้ดีสุดๆ การแสดงของนักแสดงนำทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดไปกับตัวละครจริงๆ บรรยากาศในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลช่วงนี้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ใครที่ดูแล้วไม่อินถือว่าหัวใจแข็งมากจริงๆ ค่ะ
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ค่อยๆ ปูพื้นความขัดแย้ง จากสีหน้าของขุนนางที่ดูหวาดกลัว ตัดสลับกับแววตาอันเจ็บปวดของพระเอก มันบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลทำให้เราคาดเดาตอนต่อไปไม่ถูกเลยจริงๆ
ต้องชื่นชมฝ่ายเครื่องแต่งกายค่ะ ชุดเกราะทองเหลืองของแม่ทัพดูขลังและมีน้ำหนักจริงๆ ส่วนชุดสีม่วงของนางเอกก็ตัดกับฉากหลังได้ดีมาก รายละเอียดลายปักและเครื่องประดับผมบอกเลยว่าละเอียดสุดๆ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลทำให้ภาพรวมดูแพงขึ้นทันที
ฉากที่พระเอกในชุดดำกอดนางเอกที่เลือดท่วมตัวคือฉากที่เจ็บปวดที่สุดค่ะ แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและการพยายามปลุกเธอให้ตื่น มันทำให้คนดูอย่างเราอยากกระโดดเข้าไปในจอเพื่อช่วยพวกเขา ความรักที่ดูเหมือนจะสายเกินไปในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลทำเอาใจสลายจริงๆ
ไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะเลย แค่ดูสีหน้าของขุนนางที่สั่นเทาและเหงื่อแตก ก็รู้แล้วว่าสถานการณ์มันเลวร้ายแค่ไหน ตัดมาที่แม่ทัพที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ มันคือการแสดงที่ทรงพลังมากค่ะ ละครในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าบางทีการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ