ตอนแรกเห็นสีหน้าเธอตอนอ่านข่าวในมือถือแล้วใจหายวาบ นึกว่าจะเกิดเรื่องเศร้า แต่พอระบบแจ้งเตือนว่ารอดตายและได้รับไอเทมเทพๆ มา ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันที การเปลี่ยนอารมณ์จากกังวลเป็นดีใจสุดขีดทำได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกโล่งใจไปกับเธอด้วย ฉากที่เธอได้ของรางวัลมาแล้วยิ้มหวานๆ ในรถน่ารักสุดๆ เรื่อง ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ทำให้เรารู้สึกว่าโชคชะตาเล่นตลกได้จริงๆ
ฉากที่นางเอกอยู่ในห้องสีขาวแล้วใช้พลังคัดลอกกล่องสินค้าออกมาเป็นภูเขาเลย มันสะใจมาก! จากที่มีนิดเดียวกลายเป็นมีเป็นล้านชิ้น ดูแล้วอยากมีพลังแบบนี้บ้างจัง ไม่ต้องเหนื่อยหาเงินซื้อของอีกต่อไป ภาพคลังสินค้าที่เต็มไปด้วยของกินของใช้เรียงรายสวยงามมาก แสงระยิบระยับยิ่งเพิ่มความแฟนตาซี ดูแล้วเพลินตาสุดๆ ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ สอนให้รู้ว่าถ้ามีทรัพยากรพอ ชีวิตก็เปลี่ยนได้
ชอบฉากที่เธอไปอยู่กลางทุ่งนา มีน้ำตกไหลผ่านด้านหลัง สวยเหมือนภาพวาดเลย ใส่หมวกฟางถือจอบทำท่าขุดดินดูเป็นเกษตรกรมือใหม่ที่น่ารักมาก บรรยากาศเงียบสงบ ตัดกับฉากในเมืองที่วุ่นวายก่อนหน้านี้ได้ดีมาก การได้มาอยู่ที่นี่คงเป็นความฝันของใครหลายคนจริงๆ นั่งมองวิวแล้วผ่อนคลายสุดๆ ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ พาเราหนีจากความวุ่นวายไปพักผ่อนใจได้ดีมาก
ต้องยกนิ้วให้กับการตกแต่งภายในรถ สีชมพูพาสเทลกับม่านลูกไม้และไฟรูปดาว มันช่างละมุนใจเหลือเกิน นั่งดูแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านตัวเองเลย แถมภายนอกยังดูเก่าๆ เท่ๆ ตัดกับภายในได้ดีมาก ฉากที่รถวิ่งกลางถนนตอนพระอาทิตย์ตกดินสวยจนอยากหยุดเวลาไว้เลย การเดินทางใน ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ทำให้เราอยากแพ็คกระเป๋าแล้วออกเดินทางบ้าง
ช่วงแรกที่เห็นข่าวในมือถือเกี่ยวกับเหตุการณ์ถ้ำล่มและมีผู้เสียชีวิต รวมถึงรูปคนที่นอนเรียงกัน มันดูจริงจังและน่ากลัวมาก แต่พอตัดมาที่นางเอกกลับหัวเราะร่า เหมือนรู้ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องหรือรอดมาได้แบบปาฏิหาริย์ ความขัดแย้งระหว่างข่าวร้ายกับความดีใจของตัวละครทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาก เหมือนมีปมลับอะไรบางอย่างที่คนดูต้องคอยติดตาม ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก
การที่มีหน้าจอระบบเด้งขึ้นมาบอกว่าผ่านด่านและได้รับรางวัล มันทำให้เรื่องดูทันสมัยและสนุกเหมือนเล่นเกมเล่นตามบทบาทเลย โดยเฉพาะรางวัลที่เพิ่มพื้นที่世外桃源และเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ มันเปิดโอกาสให้เนื้อเรื่องไปได้ไกลมาก คนดูจะรอดูว่าเธอจะใช้ของพวกนี้ทำอะไรต่อ ฉากโฮโลแกรมสีฟ้าดูเท่มาก ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ทำให้ชีวิตธรรมดาๆ กลายเป็นเกมผจญภัยที่น่าตื่นเต้น
ไม่ว่าจะอยู่ในรถ ใส่ชุดขาวง่ายๆ หรือใส่ชุดเกษตรกรถือจอบ นางเอกก็ดูสวยสดใสไปหมด โดยเฉพาะรอยยิ้มที่เปลี่ยนจากหน้าบึ้งเป็นหน้ายิ้ม มันทำให้รู้สึกคล้อยตามมาก ทำให้คนดูยิ้มตามไปด้วย ฉากที่เธอนั่งพักกลางทุ่งแล้วเช็ดเหงื่อ ดูเป็นธรรมชาติและไม่เสแสร้งเลย การแสดงสีหน้าทำได้ดีมาก สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ มีนางเอกที่แค่มองก็มีความสุขแล้ว
การตัดต่อจากฉากคลังสินค้าที่มีของกองเต็ม ไปสู่ฉากทุ่งนาเขียวขจีที่มีน้ำตก มันสร้างความรู้สึกขัดแย้ง ที่น่าสนใจมาก เหมือนบอกว่าแม้จะมีของกินของใช้เยอะแค่ไหน แต่ความสุขที่แท้จริงอาจอยู่ที่ธรรมชาติแบบนี้ก็ได้ ฉากที่เธอเดินเล่นริมคลองแล้วมองไปไกลๆ ดูสงบสุขมาก ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ชวนให้เราคิดถึงคุณค่าของชีวิตที่เรียบง่าย
ตรงช่วงข่าวบอกว่ามีคนตายในถ้ำ แต่ทำไมนางเอกถึงรอดและยังได้รับรางวัลด้วย? มันมีปมอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ หรือว่าเธอมีพลังพิเศษอะไรบางอย่าง? การที่เธอไม่แสดงความเสียใจแต่กลับดีใจ ทำให้คนดูสงสัยในตัวตนของเธอมาก อยากรู้ว่าเบื้องหลังคืออะไรกันแน่ ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ตั้งคำถามที่น่าสนใจให้คนดูต้องตามหาคำตอบ
ฉากจบที่รถวิ่งออกไปบนถนนยาวสุดลูกหูลูกตาตอนพระอาทิตย์ตก มันให้ความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่และการเดินทางที่ยังไม่จบสิ้น ดูแล้วรู้สึกมีหวังและอิสระมาก เหมือนเธอพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยทรัพยากรที่มีอยู่เต็มรถแล้ว ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟ ปิดท้ายได้สวยงามและทิ้งท้ายให้คนดูอยากติดตามตอนต่อไปมากๆ