ฉากที่ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสือโดยมีหญิงสาวนอนหนุนตักช่างอบอุ่นจนใจละลาย แม้ไม่มีคำพูดแต่สายตาที่มองลงมาบอกเล่าความห่วงใยได้มากกว่าล้านคำ การเปลี่ยนผ่านจากความสุขสู่โศกนาฏกรรมในดินสอแห่งความแค้นทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจตามทุกจังหวะ
กำลังดื่มด่ำกับโมเมนต์โรแมนติกจู่ๆ ก็ตัดภาพมาที่ข่าวอุบัติเหตุและหญิงสาวต้องนั่งรถเข็น ช็อกจนพูดไม่ออก! การดำเนินเรื่องในดินสอแห่งความแค้นรวดเร็วและเข้มข้นมาก ฉากฝนตกกลางคืนกับบรรยากาศหม่นๆ ยิ่งบีบอารมณ์คนดูให้จมดิ่งไปกับความทุกข์ของตัวละคร
ชอบมากตรงที่พระเอกไม่ต้องร้องไห้โฮ แต่ใช้แววตาที่แดงก่ำและมือที่สั่นเทาขณะจับผมคนรักสื่อความเจ็บปวดได้ลึกซึ้ง ฉากที่ตำรวจมาเคาะประตูแล้วเขาพยายามยิ้มนั้นยิ่งดูยิ่งจุกอก ดินสอแห่งความแค้นเรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งจริงๆ
ฉากที่ตำรวจหญิงซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนสนิทหรืออาจจะเป็นตัวเขาเองในอีกบทบาทหนึ่ง มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้าน สร้างความสงสัยและความตึงเครียดได้มหาศาล การต้องเผชิญหน้ากับความจริงในขณะที่คนรักป่วยหนักเป็นบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดในดินสอแห่งความแค้น
ฉากเดินถือร่มกลางฝนใต้สะพานไฟนีออนสวยและเหงาจับใจ แสงสีสะท้อนพื้นถนนเปียกๆ ยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวของตัวละครหลัก การตัดสลับระหว่างความทรงจำสีสดใสกับความจริงสีหม่นในดินสอแห่งความแค้นทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก