ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้สีหน้าของแม่ในการเล่าเรื่อง แทนที่จะใช้คำพูดเยอะๆ สีหน้าของท่านที่เปลี่ยนจากความหวังดีเป็นความหวาดกลัวเมื่อลูกชายเริ่มเกรี้ยวกราด มันสื่ออารมณ์ได้ทรงพลังมาก ฉากที่พ่อพยายามห้ามแต่กลับถูกผลักจนล้ม เป็นจุดพีคที่ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกไปกับความรุนแรงในครอบครัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน
ดูแล้วรู้สึกสงสารแม่จับใจ ท่านแค่อยากให้ลูกได้กินของดีๆ ในแบบที่ท่านมี แต่กลับถูกมองว่าเป็นภาระ การที่ลูกชายตะคอกและทำร้ายร่างกายพ่อตัวเองต่อหน้าต่อตา มันแสดงให้เห็นว่าเงินทองอาจทำให้คนเปลี่ยนไปได้มากแค่ไหน เนื้อหาของตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว สะท้อนสังคมปัจจุบันได้เจ็บแสบจริงๆ ดูแล้วต้องกลับมาคิดเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวตัวเอง
นักแสดงที่รับบทแม่ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจและความรักที่ลูกไม่ยอมรับ ฉากที่ท่านกอดอกสั่นเทาหลังจากถูกลูกชายทำร้ายจิตใจ มันทำให้คนดูรู้สึกเจ็บแทนตัวละคร การแสดงที่ธรรมชาติและไม่ดราม่าเกินจริงทำให้เรื่องราวในตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว น่าเชื่อถือและเข้าถึงอารมณ์คนดูได้ง่ายมาก
เรื่องราวเตือนใจได้ดีมากเกี่ยวกับความสำคัญของครอบครัวเมื่อเทียบกับความสำเร็จทางการเงิน ลูกชายที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จแต่กลับขาดความอบอุ่นและเคารพในบุพการี ฉากการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องบะหมี่ถ้วยเดียวเป็นสัญลักษณ์ของความแตกต่างทางความคิดที่สะสมมานาน จนระเบิดออกมาในรูปแบบของความรุนแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในบ้าน
การจัดแสงและมุมกล้องในห้องแคบๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่อึดอัดได้ยอดเยี่ยม ทุกครั้งที่ตัวละครขยับตัวหรือมีเสียงดัง มันเหมือนเรานั่งอยู่ในห้องนั้นจริงๆ การที่พ่อล้มลงแล้วไม่มีใครเข้าไปช่วยทันที แสดงให้เห็นถึงความเย็นชาที่เกิดขึ้นในใจของลูกชาย เรื่องราวในตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว ทำให้เราตั้งคำถามว่าความสำเร็จที่แท้จริงคืออะไรกันแน่
ฉากที่แม่ร้องไห้และพยายามอธิบายแต่ลูกชายไม่ฟัง มันช่างน่าเศร้าใจมาก ความพยายามของท่านที่จะดูแลลูกกลับถูกตีความว่าเป็นการก้าวก่าย การที่ลูกชายเลือกที่จะเชื่อคนนอกมากกว่าแม่ตัวเอง เป็นปมดราม่าที่เจ็บปวดที่สุดเรื่องหนึ่ง ดูแล้วรู้สึกอยากเข้าไปกอดแม่ในจอและบอกท่านว่าท่านทำดีที่สุดแล้วกับลูกที่ไม่เข้าใจคุณค่าของความรัก
การผลักดันพ่อจนล้มคือจุดที่คนดูจะรู้สึกโกรธแค้นตัวละครลูกชายมากที่สุด มันไม่ใช่แค่การทะเลาะกันธรรมดาแต่มันคือการทำลายศักดิ์ศรีของพ่อ การที่แม่ต้องมาเห็นภาพแบบนี้ต่อหน้ายิ่งทำให้ความเจ็บปวดทวีคูณ เนื้อหาของตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทำให้เราเอาใจช่วยแม่และพ่อที่ต้องการเพียงความสงบสุขในบ้าน
ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกสะใจนิดๆ เมื่อเห็นลูกชายเริ่มรู้สึกผิดหรือตกใจกับสิ่งที่ทำลงไป แม้จะช้าไปบ้างแต่มันก็แสดงให้เห็นว่าจิตสำนึกยังมีอยู่ ฉากที่แม่ชี้หน้าด่าลูกชายด้วยน้ำตา มันคือระเบิดอารมณ์ที่สะสมมานาน การแสดงที่เข้มข้นของทุกตัวละครทำให้ตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว เป็นละครที่ดูแล้วได้ข้อคิดเรื่องความกตัญญูกลับไปเต็มๆ
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือความรักของแม่ที่อาจจะมากไปจนลูกอึดอัด การพยายามยัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีให้ลูกโดยไม่ดูความต้องการของเขา อาจเป็นชนวนเหตุหนึ่งของปัญหา แต่ไม่ว่าอย่างไรการที่ลูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงก็ไม่สามารถยอมรับได้ เรื่องราวในตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว ทำให้เราเห็นทั้งสองมุมและต้องกลับมาทบทวนวิธีการสื่อสารในครอบครัวของตัวเอง
ฉากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ดูเรียบง่ายกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครอบครัว บรรยากาศในห้องที่ดูเก่าและอับทึบยิ่งขับเน้นความตึงเครียดระหว่างตัวละคร การที่ลูกชายระเบิดอารมณ์จนทำถ้วยบะหมี่หกเลอะเทอะ สะท้อนให้เห็นว่าความอดทนของเขาที่มีต่อแม่ถึงจุดแตกหักแล้ว เรื่องราวในตัดญาติขาดรัก ขอรวยคนเดียว ช่างเจ็บปวดแต่จริงใจมาก