เด็กชายในเรื่องดูเงียบแต่ลึกซึ้งมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาอยู่ข้างหญิงสาวขณะอ่านจดหมาย สายตาเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจที่เกินวัย ไม่พูดมากแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ ตัวละครเด็กแบบนี้หาได้ยากจริงๆ ทำให้เรื่องดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น
ชุดสีฟ้าอ่อนของหญิงสาวกับชุดเงินแวววาวของเด็กชายตัดกันสวยงามมาก ทั้งยังสะท้อนสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้อย่างแนบเนียน ฉากกินข้าวที่ดูอบอุ่นแต่แฝงความเศร้า ยิ่งทำให้ชุดเหล่านี้ดูมีความหมายลึกซึ้งขึ้นไปอีก ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ การออกแบบเครื่องแต่งกายถือว่าทำได้ดีมาก
มีหลายฉากที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย แต่กลับสื่ออารมณ์ได้แรงกว่าบทพูดเสียอีก โดยเฉพาะตอนหญิงสาวถือจดหมายแล้วน้ำตาไหล โดยไม่ต้องมีเสียงดนตรีหรือคำบรรยาย ก็ทำให้คนดูรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ ใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ
ฉากครอบครัวกินข้าวด้วยกันดูธรรมดาแต่แฝงความตึงเครียดอย่างน่าประหลาด สายตาที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างหญิงสาวกับเด็กชายบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องพูด ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ ฉากแบบนี้ทำให้คนดูต้องคอยจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว เพราะรู้ว่าทุกสายตามีความหมาย
แค่จดหมายฉบับเดียวแต่กลับพลิกอารมณ์ของเรื่องทั้งหมด จากฉากที่ดูสงบกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมทันที การที่หญิงสาวอ่านแล้วร้องไห้หนักมาก ทำให้คนดูสงสัยว่าในจดหมายเขียนอะไรกันแน่ ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ ใช้วัตถุเล็กๆ อย่างจดหมายเป็นจุดเปลี่ยนเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แสงสลัวในห้องกับเสียงเงียบที่แทบไม่มีดนตรีประกอบ ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดและเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด ทุกฉากดูเหมือนจะถูกบีบอัดด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ สร้างบรรยากาศแบบนี้ได้จนคนดูรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตามตัวละครไปด้วย
ฉากที่หญิงสาวอ่านจดหมายแล้วร้องไห้หนักมาก ทำเอาใจสลายตามไปด้วย สีหน้าเธอเปลี่ยนจากสงบเป็นเจ็บปวดอย่างชัดเจน การแสดงละเอียดอ่อนจนรู้สึกได้ถึงความสูญเสียที่ซ่อนอยู่ ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ ฉากแบบนี้ทำให้คนดูอินสุดๆ เหมือนเราเองก็กำลังสูญเสียใครบางคนไปจริงๆ