ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นไปกับแววตาของราชินีที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเจ็บปวด แม้จะสวมมงกุฎทองคำแต่ดูเหมือนเธอต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง การแสดงออกทางสีหน้าบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ใน บาปรักพันปี ความละเอียดของภาพทำให้เห็นทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามนั้น ช่างเป็นฉากที่ดึงอารมณ์คนดูได้ทันที
ฉากที่เทพเจ้าถือคทาเดินออกมาพร้อมสายฟ้าฟาดรอบตัวช่างดูยิ่งใหญ่และทรงพลังมาก แสงทองที่ส่องลงมาทำให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์จนแทบจะกลั้นหายใจ การปรากฏตัวของท่านทำให้รู้ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นใน บาปรักพันปี ฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงและอลังการจนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
บรรยากาศในห้องโถงที่เต็มไปด้วยนักรบและเหล่าเทพเจ้าดูตึงเครียดมาก ทุกคนจับจ้องไปที่จุดเดียวกันราวกับรอคอยคำตัดสินชะตากรรม การแต่งกายด้วยชุดเกราะทองคำและเครื่องประดับวิจิตรบรรจงทำให้รู้สึกถึงความหรูหราแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย เรื่องราวใน บาปรักพันปี ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในทุกฉากที่ผ่านไป
ภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเทพเจ้าช่างน่าสะพรึงกลัว ท้องฟ้าสีแดงฉานและป่าที่ตายซากสื่อถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง สีหน้าตกใจของชายหนุ่มที่มีดวงตาสีแดงสะท้อนให้เห็นถึงความกลัวที่แท้จริง ฉากนี้ใน บาปรักพันปี ทำออกมาได้น่าขนลุกและสร้างความสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้
ฉากที่ราชินีพูดคุยกับชายหนุ่มในชุดเกราะสีม่วงดูมีความลับซ่อนอยู่มาก แววตาของเธอเปลี่ยนจากกังวลเป็นจริงจังราวกับกำลังวางแผนบางอย่าง การสัมผัสใบหน้าอย่างอ่อนโยนแต่แฝงความหมายลึกซึ้งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใน บาปรักพันปี ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ฉากนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก