ต้องยอมรับว่างานภาพสวยมาก แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำให้ผมยาวสีดำของนางเอกดูมีมิติ น้ำตาที่ไหลรินลงมาตามแก้มสื่ออารมณ์ความสิ้นหวังได้ชัดเจนมาก ฉากที่เธอพยายามจะหนีแต่ถูกหมออีกคนจับตัวไว้ ช่างสร้างความรู้สึกอึดอัดให้คนดูได้จริงๆ ดูแล้วรู้สึกสงสารเธอจับใจ อยากจะกระโดดเข้าไปช่วยเลย การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครในเรื่องพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำได้ดีเกินคาด
พอฉากเปลี่ยนไปที่คฤหาสน์หรู บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ชายชุดสูทสีเทาที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางมือถือ ดูเท่และดุดันมาก การที่เขาหยิบปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ฉากที่เขาจับเข็มกลัดสีฟ้าบนอกของหญิงสาวในรถ ช่างเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มแข็ง เรื่องราวในพันธะร้ายพ่อทูนหัว น่าติดตามมาก ไม่รู้ว่าชายคนนี้จะช่วยเธอได้ไหม
จุดพีคของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นฉากที่เข็มกลัดสีฟ้าถูกกระชากออกมาแล้วร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแตกของอัญมณีเหมือนเสียงหัวใจของนางเอกที่แตกสลายลงพร้อมกัน หมอหน้าร้ายที่ยิ้มเยาะเย้ยขณะถือเข็มกลัดชิ้นนั้น ช่างน่าหมั่นไส้สุดๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราสงสัยว่าข้างในเข็มกลัดนั้นมีอะไรกันแน่ การหักมุมในเรื่องพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำออกมาได้ตื่นเต้นและน่าติดตามมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครช่างซับซ้อน หมอผมสีน้ำตาลที่ดูอันตราย กับหมอใส่แว่นที่พยายามปกป้องหญิงสาว ฉากที่ทั้งสามคนยืนเผชิญหน้ากันในโรงพยาบาล เต็มไปด้วยแรงตึงเครียดที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้สึกได้ สายตาของหมอใส่แว่นที่มองไปยังเพื่อนร่วมอาชีพ เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ เรื่องราวความขัดแย้งในพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำให้เราต้องเอาใจช่วยนางเอกว่าจะเลือกยืนข้างใคร
ฉากในคฤหาสน์ที่ชายชุดสูทเรียกประชุมลูกน้อง ช่างดูยิ่งใหญ่และทรงพลังมาก แสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนกับพื้นหินอ่อนเงางาม สร้างบรรยากาศของอำนาจและความมั่งคั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชายชุดสูทที่ยืนถือปืนอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมลูกน้องที่รายล้อมอยู่ด้านหลัง แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและน่าเกรงขาม ฉากนี้ในพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องราวกำลังจะใหญ่โตขึ้น