พล็อตเรื่องแนวเด็กน้อยผู้ถูกดูถูกกลายเป็นผู้กอบกู้โลกไม่เคยทำให้ผิดหวัง พระเอกของเราในตอนแรกดูไม่มีอะไรพิเศษเลย ใส่ชุดธรรมดาถือตรีศูลเก่าๆ แต่พอถึงเวลาจริงกลับทำสิ่งที่ไม่มีใครทำได้ การเปลี่ยนผ่านจากสีหน้าเรียบเฉยเป็นดวงตาที่เปล่งประกายพลังคือโมเมนต์ที่จำไม่ลืมเลยจริงๆ ในพลิกเกมสู่โหมดเทพ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าตัดสินคนที่ภายนอก
การนำธาตุต่างๆ มาผสมผสานในฉากต่อสู้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งน้ำที่กลายเป็นรูปสัตว์ ลมที่พัดผ่านสนาม และแสงที่ส่องลงมาจากฟ้า มันสื่อถึงพลังแห่งธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถต้านทานได้ ฉากวาฬลอยฟ้าคือจุดสูงสุดของการใช้พลังน้ำที่สร้างสรรค์มาก ดูแล้วรู้สึกถึงความอิสระและยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นตอนที่ห้ามพลาดในพลิกเกมสู่โหมดเทพ
บรรยากาศในงานประลองดูตึงเครียดมาก โดยเฉพาะสีหน้าของกษัตริย์และขุนนางที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ การที่ตัวละครผมบลอนด์เสกหมาป่าออกมาได้ก็เก่งมากแล้ว แต่พอถึงคิวของพระเอกที่ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดา ทุกคนคงคิดว่าเขาทำไม่ได้แน่ แต่จุดพีคคือตอนที่เขาลืมตาขึ้นแล้วแสงสีฟ้าพุ่งออกมา ช่างเป็นพล็อตที่หักมุมสุดๆ ในพลิกเกมสู่โหมดเทพ
ไม่เคยเห็นฉากไหนที่อลังการเท่านี้มาก่อน! การที่พระเอกสามารถเสกวาฬขนาดยักษ์ให้ลอยขึ้นมาจากน้ำแล้วบินวนรอบสนามประลองได้ มันคือระดับพระเจ้าชัดๆ เสียงคนดูในเรื่องกรี๊ดลั่นจนขนลุกตามไปด้วย แสงสีฟ้าครามที่ส่องผ่านตัววาฬทำให้ฉากนี้ดูขลังและทรงพลังมาก เป็นฉากที่ควรค่าแก่การดูซ้ำในพลิกเกมสู่โหมดเทพ
ชอบมุมกล้องที่จับภาพปฏิกิริยาของตัวร้ายสามคนตอนที่เห็นพลังของพระเอก จากที่เคยหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง พอเห็นวาฬยักษ์ลอยขึ้นมา สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงทันที มันสะใจคนดูมาก! การวางตัวละครให้ดูถูกคนอื่นก่อนแล้วค่อยโชว์ของแบบนี้คือสูตรสำเร็จที่ดูแล้วไม่เบื่อเลยจริงๆ สำหรับแฟน ๆ ซีรีส์แนวนี้