ดูแล้วขนลุกซู่! ฉากในห้องประชุมที่ทุกคนรุมกดดันคุณหนูเป่ยลี่ แต่เธอกลับนั่งนิ่งเหมือนราชินีผู้ไม่หวั่นไหว การแสดงออกทางสีหน้าของเธอนั้นทรงพลังมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบจนวางไม่ลงจริงๆ
ชอบมากตรงที่คุณหนูเป่ยลี่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้จะถูกดูถูกเรื่องเพศสภาพ แต่เธอ用行动พิสูจน์ว่าผู้หญิงก็เก่งได้ ฉากที่เธอเดินเข้าไปในห้องประชุมแล้วทุกคนเงียบกริบ มันคือโมเมนต์ที่ทรงพลังที่สุดใน (พากย์เสียง) หนี้รักในความมืด เลยก็ว่าได้
ประโยคที่ผู้ชายพูดว่าบริษัทคือสนามรบของผู้ชาย ฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาตบปากเขาแรงๆ แต่โชคดีที่มีคุณหนูเป่ยลี่มาสอนบทเรียนให้ ดูแล้วรู้สึกสะใจมาก โดยเฉพาะฉากที่เธอจัดการพวกนั้นจนหมดสภาพ มันคือความยุติธรรมที่คนดูรอคอย
พล็อตเรื่องน่าสนใจมาก ตรงที่มีการหักมุมว่าจริงๆ แล้วคุณหนูเป่ยลี่คือคนที่สร้างผลประโยชน์ให้บริษัทมหาศาล แต่กลับถูกมองข้าม การดำเนินเรื่องใน (พากย์เสียง) หนี้รักในความมืด ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าเธอจะจัดการกับพวกทรยศยังไง
ไม่คิดว่าจะมีฉากต่อสู้ในห้องประชุมด้วย! ฉากที่คุณหนูเป่ยลี่จัดการพวกผู้ชายที่ดูถูกเธอ มันทั้งเท่และสะใจมาก การออกแบบท่าทางและการแสดงนั้นสมจริงมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เลย
ชอบตรงที่มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละคร โดยเฉพาะระหว่างคุณหนูเป่ยลี่กับผู้หญิงในชุดดำ ที่ดูเหมือนจะเป็นพันธมิตรกัน ฉากที่เธอเช็ดมือให้กันมันสื่อถึงความไว้ใจและความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดเยอะเลย
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความโลภมันทำลายคนได้แค่ไหน พวกผู้ชายที่พยายามยึดอำนาจสุดท้ายก็ต้องมาคุกเข่าขอโทษคุณหนูเป่ยลี่ มันคือบทเรียนที่เจ็บปวดแต่จำเป็นมากสำหรับคนที่คิดจะทรยศ
นักแสดงทุกคนแสดงได้ดีมาก โดยเฉพาะคุณหนูเป่ยลี่ที่สามารถสื่ออารมณ์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ความเย็นชา ความโกรธ ไปจนถึงความเมตตา การแสดงของเธอทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวาและน่าจดจำมาก
ฉากจบที่พวกผู้ชายต้องคุกเข่าขอโทษและถูกไล่ออกไป มันคือฉากที่สะใจที่สุดเลย ดูแล้วรู้สึกเหมือนความยุติธรรมได้ถูกฟื้นฟูแล้ว คุณหนูเป่ยลี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือผู้นำที่แท้จริงของบริษัทนี้
เรื่องนี้ให้ข้อคิดดีๆ หลายอย่าง เช่น อย่าดูถูกใครจากภายนอก ความจริงมักจะปรากฏในที่สุด และผู้หญิงก็เก่งไม่แพ้ผู้ชาย ดูแล้วรู้สึกมีแรงบันดาลใจมาก อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ให้ดูในแอปเน็ตชอร์ต ด้วย