ดูฉากนี้แล้วจุกอกมากจริงๆ แม่สามีต้องมาคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าลูกชายและลูกสะใภ้แบบนี้มันเกินรับได้จริงๆ น้ำตาท่านไหลไม่หยุดขณะที่คนนั่งโซฟากลับทำหน้าเฉยชา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความกดดันในฉากนี้ทำได้ดีมากจนคนดูต้องเอาใจช่วยย่าคืนอำนาจ ล้มทั้งตระกูล แน่นอนว่าความอดทนมีจำกัด ใครที่ดูแล้วรู้สึกโกรธแทนเตรียมตัวกรี๊ดได้เลย เพราะจุดเปลี่ยนกำลังจะมาถึงเร็วๆนี้แน่นอน อยากให้ท่านลุกขึ้นมาสู้เร็วๆ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเองสักที
ฉากที่ย่าล้มลงพื้นคือจุดพีคที่สุดของเรื่องเลยก็ว่าได้ เห็นท่านพยายามตะเกียกตะกายแต่ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเลยสักคน ลูกชายยืนมองอย่างเดียวส่วนลูกสะใภ้ก็นั่งทำหน้าเบื่อหน่าย ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความเน่าเฟะของครอบครัวนี้ได้ดีมาก ดูแล้วร้อนรนแทนย่าคืนอำนาจ ล้มทั้งตระกูล เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆแน่ๆ เมื่อความเจ็บปวดถูกสะสมจนกลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านต้องลุกขึ้นมาทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของตัวเองสักที ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกแล้ว
ชอบการแสดงของนักแสดงบทแม่สามีมากเป็นพิเศษ สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจจนคนดูยังรู้สึกปวดแทน ฉากที่ท่านหยิบขวดยาขึ้นมาดูแล้วมือสั่นๆมันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย ความเงียบในห้องหรูนี้มันดังจนน่ากลัวมาก ดูแล้วลุ้นสุดๆกับย่าคืนอำนาจ ล้มทั้งตระกูล ว่าจะแก้แค้นยังไงให้สาสมกับคนที่ทำร้ายจิตใจท่านขนาดนี้ บอกเลยว่าน่าติดตามมาก ทุกวินาทีมีความหมายหมดเลย
บรรยากาศในห้องดูทันสมัยแต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวกลับเย็นชาจนน่ากลัว ลูกชายแต่งตัวดูดีแต่พฤติกรรมกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง การที่ปล่อยให้แม่ตัวเองนอนกับพื้นทั้งคืนมันเกินจะรับได้จริงๆ ฉากตัดภาพไปนาฬิกาบอกเวลาผ่านไปยิ่งทำให้รู้ว่าท่านต้องทนทุกข์ทรมานนานแค่ไหน ดูแล้วอยากเข้าไปเขย่าตัวลูกชายในย่าคืนอำนาจ ล้มทั้งตระกูล ให้ตื่นจากภวังค์บ้างเถอะน่า อย่าทำกับแม่แบบนี้เลย
ลูกสะใภ้ใส่ชุดสีชมพูดูสวยหรูแต่ใจดำสนิท นั่งคุยกับสามีโดยไม่สนใจแม่สามีที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ตรงหน้า ความแตกต่างระหว่างเสื้อผ้าหน้าผมกับความเมตตาช่างต่างกันลิบลับเลยจริงๆ เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทำให้เราเอาใจช่วยฝ่ายถูกกระทำอย่างเต็มที่ ดูแล้วรอคอยฉากที่ย่าคืนอำนาจ ล้มทั้งตระกูล จะเกิดขึ้นจริงสักที เพราะความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเสมอ รอวันระเบิดออกมา