PreviousLater
Close

รักคนผิดในวันวาน ตอนที่ 25

2.2K3.2K

รักคนผิดในวันวาน

ในยุค 80 ฉินเนี่ยนหว่านเคียงข้างซ่งเยี่ยนถิง ฝ่าฟันจากความจนจนเขาได้เป็นผอ.โรงงานเครื่องจักร แต่เขากลับหลงเชื่อคำยุแยงของแฟนเก่าอันจือจือ กล่าวหาว่าเธอใช้หมึกแดงปลอมเป็นเลือด แย่งบ้านแต่งงานและตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตของเธอ แถมใส่ร้ายให้เธอติดคุก ฉินเนี่ยนหว่านใจสลาย ยกเลิกงานแต่งและสอบติดมหาวิทยาลัยวิศวกรรมซีเป่ย
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

สายตาของคนนอกที่เฝ้ามอง

ชอบมุมกล้องที่ตัดไปหาเพื่อนๆ ที่ยืนแอบฟังอยู่หน้าประตู สีหน้าของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดเสียอีก ทั้งความสงสัยและความกังวล มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่กำลังจับตามองสถานการณ์ตรงหน้า ฉากนี้สร้างอารมณ์ร่วมได้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้เราอยากรู้ต่อว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

ความทรงจำที่ซ้อนทับความจริง

การตัดสลับไปยังฉากในอดีตหรือความทรงจำที่มีโทนสีต่างออกไป เป็นเทคนิคที่เล่าเรื่องได้ลึกซึ้งมาก เราเห็นตัวละครในบริบทอื่นที่ทำให้เข้าใจปมความสัมพันธ์มากขึ้น พระเอกดูสับสนและเจ็บปวดในฉากเหล่านั้น มันช่วยเติมเต็มช่องว่างของอารมณ์ในปัจจุบันได้ดีมาก เป็นตอนที่ทำให้เข้าใจคำว่า รักคนผิดในวันวาน ได้อย่างถ่องแท้

บทพูดที่ไม่ต้องเอ่ยออกมา

สิ่งที่ชอบที่สุดคือการใช้ภาษากายและสีหน้าแทนคำพูดเยอะๆ แววตาของนางเอกที่เปลี่ยนจากเศร้าเป็นมุ่งมั่น หรือสีหน้าของพระเอกที่ดูจะพูดอะไรออกมาแต่ก็กลั้นไว้ มันสื่อสารอารมณ์ได้รุนแรงมาก ดูแล้วรู้สึกจุกอกตามไปด้วย ฉากดราม่าแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดหนึบอยู่กับหน้าจอ ไม่อยากกดข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

บรรยากาศห้องประชุมที่กดดัน

ฉากหลังที่เป็นห้องประชุมหรือห้องครูที่มีโปสเตอร์ติดผนังเต็มไปหมด มันช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นทางการที่ตึงเครียดได้ดีมาก การที่ตัวละครต้องมาเคลียร์ใจกันในสถานที่เช่นนี้ มันยิ่งทำให้ความรู้สึกอึดอัดทวีคูณขึ้น แสงสว่างที่ส่องลงมาบนตัวละครหลักยิ่งเน้นให้เห็นอารมณ์ที่ชัดเจนขึ้น เป็นงานภาพที่สวยและสื่อความหมายได้ดีมาก

จุดเปลี่ยนของความรู้สึก

ตอนที่นางเอกเริ่มพูดตอบกลับและน้ำตาเริ่มไหลออกมา นั่นคือจุดที่อารมณ์ของเรื่องพุ่งถึงจุดสูงสุด การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนเข้าขากันดีมาก เราสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความเข้าใจที่ส่งผ่านหากัน ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครทั้งสองต่างก็มีความรักและความหวังดีต่อกัน แต่อาจจะมีอะไรบางอย่างที่ขวางกั้นอยู่

ความเงียบที่ดังกว่าเสียง

มีช่วงหนึ่งที่พระเอกวางไมค์ลงและหันหลังให้ ความเงียบในวินาทีนั้นมันทรงพลังมาก มันเหมือนเป็นการยอมรับหรือการยอมแพ้บางอย่าง สีหน้าที่ดูสับสนของพระเอกในตอนท้ายทำให้เราใจหาย มันทิ้งคำถามไว้ในใจคนดูมากมายว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิด หรืออาจจะไม่มีใครผิดเลย แค่รักไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง

เรื่องราวที่ใครๆ ก็เคยเจอ

ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้เห็นเรื่องราวความรักของตัวเองในอดีต ความเข้าใจผิด การไม่ยอมคุยกันให้ชัดเจน จนสุดท้ายต้องมาเสียใจทีหลัง ฉากการเผชิญหน้ากันแบบนี้มันจริงมาก ไม่มีการดราม่าเกินจริง แต่ใช้ความจริงใจของนักแสดงดึงอารมณ์คนดู เรื่อง รักคนผิดในวันวาน ทำให้เรากลับไปคิดถึงวันวานของตัวเองเหมือนกัน

ไมค์แดงกับน้ำตาที่กลั้นไว้

ฉากเปิดเรื่องด้วยไมโครโฟนสีแดงช่างเป็นสัญลักษณ์ของความกดดันได้ดีมาก พระเอกพยายามจะอธิบายบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนนางเอกยืนฟังด้วยแววตาที่สั่นไหว เหมือนกำลังจะร้องไห้แต่พยายามเข้มแข็ง บรรยากาศในห้องประชุมที่ดูเก่าๆ ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ดูแล้วใจหายจริงๆ กับความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะจบไม่สวยในเรื่อง รักคนผิดในวันวาน