จังหวะที่พระเอกชุดขาวบินลงมาพร้อมมังกรทองช่างสุดยอดมาก! แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นคนรักถูกทำร้ายสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ฉากนี้ทำให้รู้ว่าเขารักนางเอกมากแค่ไหน การปรากฏตัวของเขามาเปลี่ยนสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ คนดูคงใจหายใจคว่ำตามไปด้วยแน่นอน เป็นฉากที่ประทับใจที่สุดใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เลย
ดูเหมือนว่าหญิงชุดฟ้าและหญิงชุดขาวจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมาก ไม่ใช่แค่ศัตรูธรรมดา แต่อาจจะเป็นพี่น้องหรือคนใกล้ชิดกันมาก่อน การที่นางร้ายพูดจาเย้ยหยันขณะทำร้ายแสดงให้เห็นถึงความแค้นที่สะสมมานาน ฉากบีบคอแล้วปล่อยพลังเวทมนตร์ดูโหดร้ายแต่ก็สวยงามในแบบของตัวเอง ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ
การต่อสู้ในฉากนี้ไม่ได้มีแค่การใช้อำนาจเวทมนตร์ แต่ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครทุกตัว นางร้ายที่ดูเหมือนจะมีความสุขเวลาทำร้ายคนอื่น แต่ลึกๆ แล้วอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง พระเอกที่มาช่วยด้วยความห่วงใย และนางเอกที่อ่อนแอแต่ไม่ยอมแพ้ ฉากเหล่านี้ทำให้ รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
ต้องชมทีมผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียด เครื่องแต่งกายของตัวละครแต่ละตัวสวยงามและเข้ากับบุคลิกมาก หญิงชุดฟ้าดูเย็นชาแต่หรูหรา หญิงชุดขาวดูบริสุทธิ์แต่เปราะบาง ฉากหลังที่เป็นวัดโบราณกับภูเขาทำให้บรรยากาศดูขลังและน่าค้นหา การถ่ายทำมุมกว้างที่เห็นมังกรทองบินผ่านช่างอลังการมาก ทำให้ รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ดูมีคุณภาพสูง
แม้ว่าหญิงชุดฟ้าจะทำเรื่องร้ายๆ มากมาย แต่การแสดงของเธอทำให้เราเข้าใจว่าเธออาจจะมีปมบางอย่าง แววตาที่บางครั้งดูเศร้าขณะทำร้ายคนอื่นแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีความสุขจริงๆ การที่เธอหัวเราะเย้ยหยันอาจจะเป็นการปกปิดความเจ็บปวดภายในใจ ทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าสนใจมากใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ
ฉากที่ใช้พลังเวทมนตร์สีม่วงและสีทองทำออกมาได้สวยงามมาก แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากมือของตัวละครดูมีพลังจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่พระเอกเรียกมังกรทองออกมาช่วยนางเอก ช่างน่าตื่นเต้นและทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เอฟเฟกต์เหล่านี้ทำให้ รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ดูน่าติดตามและไม่น่าเบื่อเลย
สิ่งที่ทำให้ฉากนี้ประทับใจที่สุดคือความรักที่พระเอกมีต่อนางเอก เขาไม่สนอะไรทั้งสิ้นและบินมาช่วย แม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งก็ไม่ยอมถอย การที่เขาโอบกอดนางเอกที่บาดเจ็บด้วยความห่วงใยแสดงให้เห็นว่าความรักสามารถเอาชนะทุกอย่างได้จริงๆ ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ
แม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงพูดชัดเจน แต่จากสีหน้าและท่าทางของตัวละครสามารถสื่อความหมายได้ดีมาก นางร้ายที่พูดจาเย้ยหยันด้วยรอยยิ้ม พระเอกที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางเอกที่พยายามพูดทั้งที่เจ็บปวด ทุกอย่างสื่ออารมณ์ได้ชัดเจน ทำให้คนดูเข้าใจเรื่องราวโดยไม่ต้องมีคำอธิบายมากใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ
ฉากที่พระเอกพานางเอกหนีไปทิ้งท้ายให้คนดูสงสัยว่าพวกเขาจะไปไหนต่อ และนางร้ายจะตามไปไหม การที่นางร้ายล้มลงกับพื้นด้วยอาการบาดเจ็บแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้ชนะเสมอไป ฉากนี้ทำให้เราอยากดูตอนต่อไปทันทีว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ เป็นตอนที่ทำให้ รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉากเปิดเรื่องช่างน่าตกใจจริงๆ เมื่อหญิงชุดฟ้าที่ยิ้มแย้มกลับทำร้ายหญิงชุดขาวจนเลือดตกยางออก การแสดงสีหน้าของนางร้ายช่างน่ากลัวแต่ก็ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด เหมือนจะซ่อนปมในอดีตไว้ลึกๆ การต่อสู้ด้วยพลังเวทมนตร์สีม่วงดูอลังการมาก ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่านางเอกจะรอดไหม เรื่องราวใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ช่างดึงดูดใจสุดๆ