ตัวละครในชุดดำที่ถือขลุ่ยสีเขียวดูน่าสนใจมาก ในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ การที่เขาไม่พูดแต่ใช้ท่าทางสื่อสาร ทำให้เรารู้สึกว่าเขาอาจมีแผนอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ขลุ่ยสีเขียวอาจเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ก็ได้
ฮ่องเต้ในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย สีหน้าที่พยายามควบคุมอารมณ์แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความกังวลได้ ทำให้เรารู้สึกว่าสถานการณ์ในวังตอนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ
ขุนนางในชุดม่วงในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูเหมือนจะมีความมั่นใจมากเกินไป ท่าทางที่พูดจาอย่างมั่นใจและชี้หน้าคนอื่น ทำให้เรารู้สึกว่าเขาอาจกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ไม่ดี
พระนางในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูเศร้ามากแม้จะนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สูงส่ง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทำให้เรารู้สึกว่าเธออาจกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครช่วยได้
ทหารในชุดเกราะในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูเคร่งขรึมและพร้อมที่จะปกป้องฮ่องเต้ตลอดเวลา ท่าทางที่มั่นคงและสายตาที่จับจ้องไปข้างหน้า ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ในสถานการณ์วิกฤต
ขุนนางในชุดฟ้าในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูประหม่าและกังวลมาก ท่าทางที่ถือไม้เท้าและพูดจาอย่างระมัดระวัง ทำให้เรารู้สึกว่าเขากำลังพยายามหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่าง
ฉากในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ที่ทุกคนยืนนิ่งๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทำให้เรารู้สึกว่าสถานการณ์ในวังตอนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ การที่ไม่มีใครพูดอะไรแต่ทุกคนดูเหมือนจะรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ขลุ่ยสีเขียวในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งสำคัญที่ตัวละครในชุดดำถืออยู่ การที่เขาหยิบขลุ่ยขึ้นมาและมองมันอย่างตั้งใจ ทำให้เรารู้สึกว่าขลุ่ยนี้อาจมีพลังพิเศษหรือเป็นสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่าง
รักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศในวังที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจ การที่ทุกคนต่างก็มีแผนการของตัวเองและพยายามที่จะได้เปรียบกัน ทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้คงมีจุดหักมุมที่น่าสนใจแน่นอน
ฉากเปิดเรื่องในรักเร้นบนหมอนแห่งราชบัลลังก์ ทำได้ดีมากในการสร้างบรรยากาศตึงเครียด การที่ทุกคนยืนนิ่งๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ฉากนี้เหมือนพายุกำลังจะเข้า แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนโดนก่อนกัน