การเปิดตัวด้วยวัดโบราณที่อลังการตัดกับตัวละครสุนัขน้อยน่ารัก ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในนิทานแฟนตาซีจริงๆ บรรยากาศช่วงแรกช่างสงบสุขจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงตามมา การดำเนินเรื่องใน ระบบด่าต่อยล้มสำนัก เร็วมากจนคนดูแทบตั้งตัวไม่ทัน แต่ความสวยงามของฉากหลังภูเขาเมฆหมอกช่วยกล่อมเกลาอารมณ์ได้ดีเยี่ยม
จากฉากพักผ่อนริมสระน้ำที่ดูสบายใจ จู่ๆ ก็ตัดมาสู่ทะเลทรายรกร้างที่เต็มไปด้วยความตาย ความต่างของโทนสีจากฟ้าสดใสเป็นสีส้มหม่นสร้างความกดดันได้มหาศาล ฉากที่งูยักษ์ปรากฏตัวพร้อมความทุกข์ทรมานของตัวละครทำให้ขนลุกซู่ ระบบด่าต่อยล้มสำนัก เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก เปลี่ยนจากตลกเป็นสยองได้ในพริบตา
ต้องยอมรับว่าดีไซน์ของนักรบสิงโตนั้นทำออกมาได้ดุเดือดมาก กล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ที่ผ่านมาได้ดี ดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเมื่อเข้าสู่โหมดบ้าคลั่งสร้างความน่ากลัวได้ระดับหนึ่ง อาวุธขนาดใหญ่ที่ถืออยู่นั้นดูหนักและอันตรายอย่างแท้จริง ระบบด่าต่อยล้มสำนัก สร้างบอสที่ดูน่าเกรงขามมาก
การต่อสู้ในทะเลทรายไม่ได้เน้นท่าทางที่สวยงามแต่เน้นที่พลังทำลายล้าง พลังสีแดงที่พุ่งออกมาจากตัวนักรบสิงโตและงูยักษ์ทำให้ฉากดูวุ่นวายแต่ตื่นเต้น ฝุ่นทรายที่ฟุ้งกระจายช่วยเพิ่มมิติให้กับฉากต่อสู้ได้ดีมาก ระบบด่าต่อยล้มสำนัก เลือกใช้มุมกล้องที่กว้างเพื่อให้เห็น ขนาด ของพลังที่ปะทะกันอย่างชัดเจน
ตัวละครงูยักษ์ในชุดสีม่วงไม่ได้ดูเป็นผู้ร้ายที่ร้ายกาจเพียงอย่างเดียว แต่แววตาและการแสดงออกถึงความเจ็บปวดทำให้รู้สึกสงสารจับใจ ฉากที่ใบหน้าบิดเบี้ยวและร้องไห้เลือดนั้นสะเทือนใจมาก ระบบด่าต่อยล้มสำนัก สร้างมิติให้ตัวร้ายได้ดี ไม่ใช่แค่มีไว้ให้พระเอกตี แต่มีปมดราม่าซ่อนอยู่