ฉากเปิดมาด้วยความตึงเครียดที่แทบจะจับต้องได้ภายในห้องโถงวังหลวงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง แสงเทียนวูบวาบสะท้อนให้เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของสตรีในชุดสีแดงฉานที่กำลังก้มหน้าลงกับพื้นไม้เนื้อแข็ง นางดูเหมือนจะทนทุกข์ทรมานจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น มือบางคู่นั้นเกาศีรษะอย่างรุนแรงจนผมเผ้ากระจัดกระจาย เลือดสีแดงสดไหลซึมจากมุมปากลงมาตัดกับผิวขาวซีด สร้างภาพที่ชวนให้รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง ชายชราในชุดดำทองยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง มือทั้งสองข้างประคองขลุ่ยไม้เก่าแก่ขึ้นเป่าด้วยท่าทีที่มุ่งมั่นและเยือกเย็น ดวงตาของชายชราจ้องมองไปยังสตรีตรงหน้าอย่างไม่มีความปรานี ราวกับว่าเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่นั้นไม่ใช่เพื่อความบันเทิง แต่เป็นอาวุธสังหารที่มองไม่เห็น ในขณะเดียวกัน คู่รักอำนาจที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับแสดงออกถึงความเย็นชาที่น่าขนลุก สตรีในชุดดำทองประดับศีรษะด้วยปิ่นทองระย้าสวยงามยืนเคียงข้างชายหนุ่มในชุดดำน้ำเงิน ทั้งคู่จับจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย สายตาของพวกเขาดูเหมือนจะคาดหวังผลลัพธ์บางอย่างที่เกิดขึ้นจากเสียงขลุ่ยของชายชรา บรรยากาศในห้องนั้นเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงขลุ่ยที่โหยหวนและเสียงหายใจหอบถี่ของสตรีในชุดแดง ความขัดแย้งระหว่างความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำและความนิ่งเฉยของผู้ชมสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้ชมอย่างเราๆ ที่ติดตามเรื่องราวใน