ฉากวังทองคำบนสวรรค์สวยมากจริงๆ แสงเงาทำออกมาได้ละเอียดทุกมุม โดยเฉพาะตอนที่เฟิงฝูเยาก้าวขึ้นบัลลังก์รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์สุดๆ เรื่องหงส์เพลิงผลาญฟ้าทำฉากนี้ได้ตระการตาจนต้องหยุดดูซ้ำหลายรอบ ชอบบรรยากาศที่ดูยิ่งใหญ่แต่ก็ยังมีความอบอุ่นซ่อนอยู่ในการแสดงความจงรักภักดีของทุกคนในท้องพระโรงนั้นช่างน่าประทับใจจริงๆ
โม่อินหยวนในชุดเกราะสีดำดูเท่มาก ท่าทางมุ่งมั่นตอนให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าองค์หญิงทำให้รู้เลยว่าเขาพร้อมปกป้องเธอสุดชีวิต ฉากนี้ในหงส์เพลิงผลาญฟ้าแสดงออกถึงความรักและความภักดีที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดธรรมดาๆ สายตาที่เขามองไปยังบัลลังก์นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอยากเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในอนาคตอันใกล้จริงๆ
ตอนอ่านโองการทองคำรู้สึกตื่นเต้นมาก เหมือนกำลังร่วมเป็นพยานประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการขึ้นครองราชย์ เนื้อเรื่องหงส์เพลิงผลาญฟ้าเดินเรื่องได้กระชับไม่เยิ่นเย้อ ชอบตรงที่บอกเล่าที่มาที่ไปของสายเลือดอดีตจักรพรรดิได้อย่างชัดเจน ทำให้เข้าใจภาระหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับไว้บนบ่าเพียงคนเดียวช่างน่าเห็นใจจริงๆ
ชุดสีแดงเพลิงขององค์หญิงสวยงามตระการตาเข้ากับบุคลิกที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาก นั่งบนบัลลังก์มังกรทองคำแล้วดูสง่างามสุดๆ ในหงส์เพลิงผลาญฟ้าฉากนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาๆ แต่คือผู้นำที่จะพาทุกคนผ่านพ้นวิกฤตไปได้จริงๆ อยากเห็นฉากต่อสู้ของเธอในเร็วๆ นี้บ้างจัง
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทัพกับองค์หญิงดูมีความลึกซึ้งมาก ไม่ใช่แค่ผู้ใต้บังคับบัญชาธรรมดา แต่เหมือนเป็นคู่หูที่ไว้ใจกันได้เต็มที่ ดูจากหงส์เพลิงผลาญฟ้าแล้วรู้สึกว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะสร้างพลังมหาศาลให้กับอาณาจักรแน่นอน ฉากที่เขายอมเป็นดาบในมือเธอช่างโรแมนติกแบบนักรบจริงๆ
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างควันสีขาวลอยรอบๆ วังทำให้ดูมีความขลังและลึกลับมาก แสงแดดที่ส่องลงมาบนหลังคาสีทองก็สวยจนตาแทบหลุด ในหงส์เพลิงผลาญฟ้างานภาพทำออกมาได้ระดับภาพยนตร์จริงๆ ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ดูแล้วเพลินตาเพลินใจมากจริงๆ อยากแนะนำเพื่อนให้มาดูด้วยกันเร็วๆ นี้
คำพูดตอนให้คำสัตย์ว่าพร้อมเป็นดาบในมือองค์หญิงฟังแล้วขนลุกมาก แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่ไม่มีเงื่อนไขเลยสักนิด เนื้อหาในหงส์เพลิงผลาญฟ้าช่วงนี้เข้มข้นมากทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับชะตากรรมของบ้านเมืองด้วย อยากเห็นฉากที่พวกเขาต้องออกไปปราบมารตามที่สัญญาไว้จริงๆ มันต้องมันส์แน่ๆ
บรรดาขุนนางที่ยืนเรียงรายสองข้างทางดูเคารพและเกรงกลัวต่ออำนาจใหม่อย่างมาก บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ในหงส์เพลิงผลาญฟ้าฉากนี้สื่อถึงการเมืองภายในวังได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่พูดเยอะแต่สายตาของแต่ละคนบอกอะไรได้มากมายจริงๆ น่าติดตามต่อมากว่าใครจะคิดอย่างไร
รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวขององค์หญิงแม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย ภาระในการกู้ชาติคงหนักหนาสาหัสเอาการ แต่เธอก็แสดงออกถึงความมั่นคงแข็งแรงมาก ในหงส์เพลิงผลาญฟ้าตัวละครนี้สร้างแรงบันดาลใจให้คนยุคใหม่ได้ดีจริงๆ สู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาช่างน่าชื่นชมจริงๆ
โดยรวมแล้วตอนนี้ออกมาได้ดีมากทั้งภาพและเสียง ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ในหงส์เพลิงผลาญฟ้าทุกฉากมีความหมายซ่อนอยู่หมดเลย ดูแล้วไม่เบื่อแม้แต่วินาทีเดียว อยากให้รีบออกตอนใหม่มาเร็วๆ เพราะติดหนึบมากจริงๆ