ฉากเครื่องบินลงจอดเปิดเรื่องได้ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นมากๆค่ะ พี่ชายใส่แว่นเดินออกมาดูมีอำนาจและบารมีมาก เหมือนใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม ที่พระเอกกลับมาทวงบัลลังก์คืน สายตาที่มองลูกน้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาและมีความกดดันซ่อนอยู่ ฉากนี้ถ่ายทำสวยมาก ฟ้าใสตัดกับชุดสูทสีเทาดูแพงมาก อยากรู้ว่าเขากลับมาเพื่ออะไรกันแน่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันแต่ก็สวยงามจนต้องหยุดดูค่ะ จริงๆแล้วฉากนี้สำคัญมากค่ะ
ชายสูงอายุที่ถือลูกประคำน่ากลัวและดูมีอำนาจมากค่ะ นั่งจิบวิสกี้ในห้องมืดๆเหมือนพ่อใหญ่ใจดำในเรื่อง เชื่องนัก หมาเด็กของผม เลย รอยยิ้มเล็กๆตอนคุยกับชายหน้ากากทำให้ขนลุกซู่เลยนะคะ ดูเหมือนเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่อันตรายมาก ฉากนี้แสงเงาช่วยสร้างอารมณ์ได้ดีมาก รู้สึกถึงความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้โต๊ะทำงานไม้สักหลังนั้นค่ะ อยากรู้แผนการจริงๆ ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่
ความสัมพันธ์ระหว่างสองหนุ่มในชุดสูทน่าสนใจและซับซ้อนมากค่ะ คนหนึ่งดูเป็นหัวหน้า อีกคนดูเป็นผู้ติดตามที่จงรักภักดี เหมือนพล็อตใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเพื่อนร่วมงาน สายตาที่แลกเปลี่ยนกันที่สนามบินบอกอะไรหลายอย่างโดยไม่ต้องพูดเลย การแต่งตัวเนี้ยบมากค่ะ โดยเฉพาะเสื้อโค้ทสีเทาที่ดูทันสมัยมาก อยากรู้จุดจบของความสัมพันธ์คู่นี้จริงๆค่ะ ว่าจะลงเอยอย่างไร
ฉากออฟฟิศตอนกลางคืนสวยจนอยากเซฟเก็บไว้เป็นวอลเปเปอร์เลยค่ะ แสงไฟจากตึกข้างนอกตัดกับห้องมืดๆได้ดีมาก ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ชายใส่แว่นดูเครียดแต่พยายามควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด การถือลูกประคำของชายสูงอายุสื่อถึงความเก่าแก่และอำนาจที่มองไม่เห็นจริงๆค่ะ งานภาพระดับนี้หาดูยากมากนะคะ อยากให้คนอื่นได้ดูบ้าง
ชายหน้ากากผมขาวคือใครกันแน่คะ ลึกลับและน่าค้นหาอย่างมาก เหมือนตัวละครลับในเรื่อง เชื่องนัก หมาเด็กของผม ที่โผล่มาทำให้แผนทุกอย่างเปลี่ยนไป นั่งตรงข้ามกับพ่อใหญ่โดยไม่กลัวเลยสักนิด ดวงตาดูเย็นชาแต่มีความมุ่งมั่นอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ฉากนี้ทำให้คนดูต้องเดาใจตลอดว่าเขามาดีหรือมาร้ายกันแน่ น่าติดตามมากค่ะ อยากรู้ตัวตนจริงๆ ว่าเป็นใครกันแน่
ชอบรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในการถ่ายทำมากค่ะ เช่นเงาสะท้อนในแก้ววิสกี้ที่เห็นหน้าชายหน้ากากชัดเจนมาก ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม ผู้กำกับใส่ใจรายละเอียดแบบนี้จริงๆค่ะ มันสื่อให้เห็นว่าทุกคนล้วนเป็นแค่เครื่องมือในเกมอำนาจนี้เท่านั้น เสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครดูแพงมากทุกฉากเลย คุ้มค่ากับการติดตามชมทุกตอนจริงๆค่ะ อยากให้ฉายเร็วๆค่ะ รอไม่ไหวแล้ว
บรรยากาศความตึงเครียดทำได้ดีมากและสมจริงค่ะ ตั้งแต่ลงเครื่องบินจนถึงเข้าห้องประชุมใหญ่ ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม ทุกย่างก้าวดูเหมือนจะมีเดิมพันสูงมากจริงๆ ชายใส่แว่นดูรู้ทันเกมแต่ก็ยังไม่ไว้ใจใครเลยสักคน ฉากที่ชายสูงอายุวางลูกประคำลงโต๊ะเหมือนเป็นการประกาศเริ่มเกมสงครามเลยนะคะ ดนตรีประกอบคงจะช่วยเสริมอารมณ์ได้ดีมากแน่ๆค่ะ อยากฟังเพลงประกอบ
ดูแล้วรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของตัวละครหลักอย่างจับใจค่ะ แม้จะมีลูกน้องเดินตามแต่ดูเหมือนเขาต้องตัดสินใจคนเดียว ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม พระเอกต้องแบกรับภาระหนักมากจริงๆค่ะ สีหน้าตอนเดินผ่านประตูหมุนบอกเลยว่าเขาไม่มีความสุขเลยกับการกลับมาครั้งนี้ ฉากนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยเขามากๆเลย อยากรู้ว่าเขาจะสู้กับอำนาจมืดนี้ได้ไหมค่ะ สู้ๆนะคะ
การตัดต่อฉากสลับระหว่างสนามบินและห้องทำงานทำได้ดีมากค่ะ ไม่ทำให้คนดูสับสนเลยแม้แต่นิด ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม เรื่องราวเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าสนใจมากค่ะ ชายสูงอายุดูใจเย็นมากในขณะที่สถานการณ์รอบข้างดูร้อนระอุ การจิบวิสกี้ช้าๆแสดงถึงความมั่นใจในระดับหนึ่งเลยนะคะ คนดูอย่างเราต้องนั่งลุ้นแทนตัวละครจริงๆค่ะ ลุ้นแทบตาย
โดยรวมแล้วเรื่องนี้ให้บรรยากาศแบบผู้ใหญ่เต็มตัวและดูแพงค่ะ ไม่ใช่แค่ความรักแต่เป็นเรื่องอำนาจด้วย ใน เชื่องนัก หมาเด็กของผม มีมิติให้ค้นหาเยอะมากค่ะ ตัวละครแต่ละตัวดูมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนหมดเลย โดยเฉพาะชายใส่แว่นที่ดูภายนอกเย็นชาแต่ข้างในอาจร้อนระอุก็ได้ ฉากจบตอนที่เขายืนมองเมืองทำให้คิดตามมากเลยค่ะ คิดไม่ตกเลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม