ฉากเปิดมาด้วยรถหรูสองคันที่ขับเข้ามาจอดเทียบท่าเรียกความสนใจได้มากจริงๆ โดยเฉพาะคันสุดท้ายที่สาวเชลโล่ตัดสินใจขึ้นไปนั่งข้างใน ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด การดำเนินเรื่องใน เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำได้ดีมากที่สื่อสถานะผ่านยานพาหนะโดยไม่ต้องพูดเยอะ ดูแล้วรู้ทันทีว่าใครมีอำนาจมากกว่ากัน บรรยากาศตอนกลางคืนยิ่งเสริมความดราม่าให้เข้มข้นขึ้น คนดูอย่างเราแค่จ้องหน้าจอไม่กระพริบตาเลย
โมเมนต์ที่เขายื่นมือมาแตะแก้มเธอคือจุดที่ทำให้ใจคนดูหยุดเต้นไปเลยสักพัก สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรักมันสื่อออกมาได้ชัดเจนมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ ทั้งสิ้น ชอบตรงที่เธอทำหน้าตกใจแต่ก็ไม่ปัดมือเขาออก แสดงว่าลึกๆ ยังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันอยู่แน่ๆ เรื่อง เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ฉากนี้คือพีคมาก ใครที่ดูแล้วไม่อินถือว่าหัวใจแข็งเกินไปจริงๆ อยากให้ฉากนี้ยาวกว่านี้อีกนิดเพื่อซึมซับอารมณ์ให้เต็มอิ่ม
สีหน้าของนางเอกตอนยืนอยู่หน้าประตูอาคารบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย เธอดูเหมือนจะเหนื่อยล้ากับโลกภายนอกแต่เมื่อเจอเขาทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป การแสดงสีหน้าจากเย็นชาเป็นประหม่ามันละเอียดอ่อนมาก คนเขียนบทคงทำการบ้านมาดีเกี่ยวกับจิตวิทยาตัวละคร ใน เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวของดวงตาคือความหมายซ่อนอยู่ คนดูต้องสังเกตดีๆ ไม่งั้นจะพลาดรายละเอียดสำคัญที่ซ่อนอยู่ในฉากสั้นๆ นี้ไปอย่างน่าเสียดายเลยล่ะ
เห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาของพระเอกแล้วจุกในอกมากเลย เขาพยายามเข้มแข็งแค่ไหนถึงจะกลั้นไว้ได้ขนาดนั้น การแสดงของนักแสดงนำชายเรื่องนี้ต้องให้คะแนนเต็มเลยจริงๆ เพราะมันดูจริงใจไม่เสแสร้งเลยสักนิด ฉากในรถที่มืดๆ ยิ่งช่วยโฟกัสไปที่ใบหน้าของเขาได้สมบูรณ์แบบ เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำฉากดราม่าได้ดีมากจนคนดูอยากเข้าไปกอดตัวละครเลยจริงๆ อยากทราบอดีตของคู่นี้มากว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้เขาต้องร้องไห้
เคสเชลโล่สีดำใบใหญ่ที่เธอแบกอยู่ตลอดฉากเปรียบเสมือนภาระหรือความฝันที่เธอต้องปกป้องมันเอาไว้ การที่เธอถือมันขึ้นรถไปกับเขาด้วยหมายถึงเขายอมรับในตัวตนของเธอทั้งหมด ไม่ใช่แค่รับเธอคนเดียวเท่านั้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละที่ทำให้ เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ดูมีมิติมากกว่าละครรักทั่วไป คนสร้างฉากใส่ใจในพร็อพมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกว่ามันมีความหมายซ่อนอยู่ทุกชิ้นส่วนที่ปรากฏบนหน้าจอ
คนที่อยู่ในรถคันแรกนี่คือใครกันแน่ ทำไมถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแบบนั้น รู้สึกว่าพวกเขาอาจจะคือตัวการที่ทำให้คู่พระนางต้องแยกจากกันก็เป็นได้ ความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ในสายตาของคนขับสาวกับนางเอกมันชัดเจนมาก ชอบที่เรื่อง เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่รีบเฉลยตัวละครรองให้รู้ทันทีแต่ค่อยๆ ปล่อยข้อมูลออกมาให้คนดูได้คาดเดากันเล่นๆ สร้างความสงสัยได้เก่งมากจริงๆ อยากให้ฉากหน้ามีบทพูดของพวกเขามากกว่านี้หน่อย
แสงไฟตอนกลางคืนในฉากนี้ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกปนเศร้าได้ดีมากจริงๆ เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างอาคารทำให้ภาพดูมีศิลปะมากทีเดียว ผู้กำกับภาพทำงานได้ยอดเยี่ยมมากในการใช้แสงเงาเพื่อสื่ออารมณ์ของตัวละครโดยไม่ต้องพึ่งพาบทพูดเลยสักนิด ใน เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ คนดูสามารถหยุดหน้าจอตรงไหนก็ได้แล้วรู้สึกว่ามันสวยงามไปหมดจริงๆ อยากให้ทีมผลิตออกมาเบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ให้ดูบ้าง
ความตึงเครียดก่อนที่เธอจะตัดสินใจเปิดประตูรถมันสูงมากจนคนดูต้องกลั้นหายใจตามเลยจริงๆ เธอลังเลอะไรสักอย่างก่อนที่จะก้าวเข้าไปหาเขา แสดงว่าเธอเองก็มีกำแพงในใจที่สูงมากอยู่ การพังทลายของกำแพงนั้นเริ่มขึ้นในฉากนี้แหละ เรื่อง เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง สร้างปมดราม่าได้น่าสนใจมาก คนดูจะรู้ว่าเธอจะยอมเปิดใจให้เขาอีกครั้งหรือไม่ก็ต่อเมื่อได้ดูฉากต่อไปเท่านั้นแหละ น่าติดตามสุดๆ
จบฉากนี้แบบทิ้งปมไว้ให้คนดูใจหายมากเลยจริงๆ โดยเฉพาะแววตาสุดท้ายของเขาที่มองมาที่เธอ มันเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา การตัดต่อที่ทำให้เห็นน้ำตาแล้วตัดออกเลยคือการเล่นกับอารมณ์คนดูสุดๆ ใน เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกตอนจบมักจะมีอะไรให้ขบคิดเสมอ คนดูอย่างเราต้องรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยจริงๆ หวังว่าฉากหน้าจะเฉลยปมทั้งหมดนี้ให้หายข้องใจสักทีนะ
โดยรวมแล้วฉากนี้คือหัวใจสำคัญของเรื่องเลยก็ว่าได้ มันคือการพบกันอีกครั้งหลังจากที่ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ความรู้สึกที่มันยังค้างคาอยู่ระหว่างทั้งคู่ทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวได้ง่ายมากจริงๆ เพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นละครที่เข้าใจอารมณ์มนุษย์มากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเคยผ่านความรู้สึกแบบนี้มาก่อนบ้างไม่มากก็น้อย ใครที่กำลังมองหาละครรักดราม่าดีๆ สักเรื่องต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลยจริงๆ แนะนำให้ดูตอนกลางคืนจะอินที่สุด