ฉากต่อสู้ระหว่างอาจารย์เฒ่ากับหญิงสาวผมชมพูในเรื่อง เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ช่างน่าทึ่งมาก การที่เธอใช้ก้อนอิฐที่มีอักษร 'เต๋อ' หรือคุณธรรมฟาดใส่จนเขากระเด็นออกไปนอกโลก แสดงให้เห็นว่าพลังแห่งความดีนั้นยิ่งใหญ่กว่าเวทมนตร์ดำใดๆ ทั้งสิ้น ฉากนี้ทำให้รู้สึกสะใจและได้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความถูกต้อง
ไม่เคยเห็นฉากไหนที่ตัวร้ายดูน่าสงสารขนาดนี้มาก่อน ใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร อาจารย์เฒ่าที่เคยเหิมเกริมเรียกปีศาจออกมา สุดท้ายกลับต้องคุกเข่าขอขมาต่อหน้ากองสมบัติที่ปรากฏขึ้น แสงสว่างที่สาดส่องลงมาในตอนจบช่างสวยงามและมีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับการกลับใจของคนเรา
ตัวละครแฮมสเตอร์ใส่เสื้อเหลืองในเรื่อง เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร น่ารักและกล้าหาญมาก มันกระโดดลงไปเหยียบหน้าอาจารย์เฒ่าตอนที่เขานอนหมดสภาพ ฉากนี้ทำให้ฉันหัวเราะออกมาดังๆ แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด การมีสัตว์เลี้ยงเล็กๆ แบบนี้ช่วยเพิ่มสีสันและความอบอุ่นให้กับเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม
การเปลี่ยนผ่านจากฉากมืดมนที่มีปีศาจสีดำพุ่งออกมา สู่ฉากที่มีแสงทองสว่างไสวและกองสมบัติระยิบระยับใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ช่างเป็นงานภาพที่สวยงามมาก มันสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงจากจิตใจที่มืดบอดไปสู่ความสว่างไสวแห่งปัญญา อาจารย์เฒ่าที่ร้องไห้ในตอนท้ายทำให้รู้ว่าไม่มีใครสายเกินไปที่จะกลับตัว
ฉากที่หญิงสาวผมชมพูยืนถือก้อนอิฐอยู่เหนืออาจารย์เฒ่าที่คุกเข่าอยู่ใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการให้อภัยอย่างชัดเจน เธอไม่ได้ทำร้ายเขาต่อแต่ปล่อยให้เขาได้เห็นความผิดพลาดของตัวเอง กองสมบัติที่ปรากฏขึ้นอาจเป็นสัญลักษณ์ของรางวัลสำหรับผู้ที่ยอมรับผิดและพร้อมจะเปลี่ยนแปลง
การต่อสู้ที่ลอยอยู่บนฟ้าและการถูกฟาดจนกระเด็นออกไปนอกโลกใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร เป็นฉากแอ็คชั่นที่สร้างสรรค์มาก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน การใช้เอฟเฟกต์แสงและเงาทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะตอนที่อาจารย์เฒ่าเรียกปีศาจออกมาจากธงดำ มันน่ากลัวแต่ก็ตื่นเต้นไปพร้อมกัน
ก้อนอิฐที่มีอักษรจีน 'เต๋อ' ในเรื่อง เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร มีความหมายลึกซึ้งมาก มันไม่ใช่แค่อาวุธแต่เป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมและความดี การที่ตัวละครเอกใช้สิ่งนี้ในการต่อสู้แสดงให้เห็นว่าเธอเชื่อในพลังแห่งความดีมากกว่าการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น เป็นแนวคิดที่สวยงามและน่าชื่นชมอย่างยิ่ง
การแสดงอารมณ์ของอาจารย์เฒ่าในเรื่อง เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ช่างหลากหลายมาก จากความเย่อหยิ่งในตอนต้น สู่ความกลัวเมื่อเห็นปีศาจของตัวเอง แล้วสุดท้ายคือความสำนึกผิดเมื่อต้องคุกเข่าร้องไห้ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นี้ทำให้ตัวละครมีมิติและน่าติดตามมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับเรื่องราว
ฉากสุดท้ายที่แสงสว่างสาดส่องลงมาบนกองสมบัติและอาจารย์เฒ่าที่คุกเข่าอยู่ใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก มันเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่หลังจากผ่านพ้นความมืดมนมาอย่างยาวนาน หญิงสาวผมชมพูที่ยืนอยู่อย่างสงบแสดงให้เห็นถึงความเมตตาที่ไม่ต้องการการตอบแทน เป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบ
เรื่อง เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร สามารถผสมผสานระหว่างฉากตลกอย่างแฮมสเตอร์น้อยเหยียบหน้า กับฉากดราม่าอย่างอาจารย์เฒ่าร้องไห้ขอขมาได้อย่างลงตัว ทำให้คนดูมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้ไม่เบื่อและอยากติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การแนะนำให้กับเพื่อนๆ