PreviousLater
Close

โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง ตอนที่52

like2.0Kchase2.1K

โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง

ซูเถียน ยอดนักบิดระดับเทพยอมปิดบังตัวตนไปเป็นไรเดอร์ส่งของเพื่อผลักดันให้แฟนหนุ่มได้เป็นนักแข่งอาชีพ แต่กลับถูกหักหลังไปคบกับหลิ่วซือซือ ลูกสาวตระกูลดัง ทว่าความจริงเปิดเผยเมื่อซูเถียนพบว่าตนเองคือลูกสาวที่แท้จริงของเจ้าของสนามแข่ง เธอจึงตัดสินใจลงสนามในคราบไรเดอร์โลลิ เปิดศึกท้าดวล 3 แมตช์รวดเพื่อสั่งสอนทั้งแฟนเก่าและยัยคุณหนูตัวปลอมให้หน้าหงาย พร้อมทวงคืนศักดิ์ศรีเทพนักบิดให้ทุกคนต้องอึ้ง
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

เมื่อความรักกลายเป็นสนามแข่ง

ดูแล้วอินมากกับความสัมพันธ์สามเส้าใน โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง สาวกะลาสีที่ดูแข็งกร้าวแต่จริงๆ แล้วอ่อนไหว หนุ่มชุดน้ำตาลที่ดูเป็นผู้ดีแต่ซ่อนความกังวล และหนุ่มชุดเขียวที่ดูร้ายแต่จริงๆ แล้วเจ็บปวดที่สุด ฉากที่เธอชี้หน้าเขาแล้วเขาทำท่าทางเหมือนจะร้องไห้ ช่างสื่อถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายได้ดีมาก การแข่งรถในเรื่องไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความรู้สึกตัวเอง

สไตล์การเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร

ต้องชมผู้กำกับที่เลือกเล่าเรื่องผ่านภาษากายมากกว่าคำพูด ใน โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง ฉากที่หนุ่มชุดเขียวนั่งกอดเข่าบนพื้นถนน ขณะที่สาวกะลาสียืนกอดอกมองด้วยสายตาเย็นชา สื่อความหมายได้ลึกซึ้งกว่าบทพูดใดๆ ฉากสโลว์โมชั่นตอนเธอขี่มอเตอร์ไซค์สีแดงพุ่งผ่านสนามแข่ง พร้อมแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ช่างเป็นภาพที่ติดตาคนดูจริงๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งความเงียบก็ดังกว่าเสียงเครื่องยนต์

ตัวละครที่ซับซ้อนเกินคาด

ตอนแรกคิดว่าสาวชุดกะลาสีจะเป็นแค่ตัวละครสวยๆ แต่พอเห็นฉากที่เธอเปลี่ยนจากมอเตอร์ไซค์ดำเป็นสีแดง พร้อมหมวกใหม่ที่มีโบว์แดง ช่างสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง ใน โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง ตัวละครแต่ละตัวมีชั้นเชิงมาก หนุ่มชุดน้ำตาลที่ดูเป็นผู้ช่วยแต่จริงๆ แล้วอาจเป็นคนที่เข้าใจเธอที่สุด ฉากสุดท้ายที่เธอขี่รถออกไปโดยไม่มีใครตาม ช่างเป็นตอนจบที่เปิดกว้างให้คนดูตีความได้หลายแบบ

ความสวยงามของฉากแข่งรถ

ต้องยอมรับว่าฉากแข่งรถใน โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง ทำออกมาได้สวยมาก โดยเฉพาะฉากที่เธอขี่มอเตอร์ไซค์สีแดงด้วยความเร็ว 145 กม./ชม. พร้อมภาพหน้าปัดรถที่ชัดเจน ช่างทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนรถด้วยกัน ฉากสโมคจากยางรถตอนเริ่มออกตัว ก็เพิ่มอรรถรสความตื่นเต้นได้ดีมาก แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการแข่งแต่ละครั้ง

อารมณ์ที่พุ่งพล่านในทุกฉาก

ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวกับฉากที่หนุ่มชุดเขียวถูกเพื่อนสองคนลากตัวออกไป ขณะที่สาวกะลาสียืนมองด้วยสายตาที่ทั้งเจ็บปวดและตัดสินใจแล้ว ใน โลลิสายซิ่ง ทิ้งรักลวง อารมณ์แต่ละฉากถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงมาก ฉากที่เธอถอดหมวกแล้วผมเปียสองข้างปลิวตามลม ช่างเป็นภาพที่สื่อถึงอิสระที่เธอเพิ่งค้นพบ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งการปล่อยมือคือความรักที่แท้จริง

ยังมีรีวิวสุดมันส์อีกเพียบ (5)
arrow down