สีหน้าของพระเอกตอนถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แสดงออกมาได้สมจริงจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม โดยเฉพาะฉากที่ถูกฟาดด้วยแส้แล้วล้มลงกับพื้น แสงไฟในห้องที่เย็นชาช่วยเสริมอารมณ์ได้ยอดเยี่ยม ดูในแอปเน็ตชอร์ต แล้วติดหนึบจนไม่อยากกดหยุดเลย
ผู้หญิงใส่เสื้อคลุมขนสีขาวกับชุดสีชมพูที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ช่างสร้างความรู้สึกอึดอัดให้ผู้ชมได้มาก การที่พวกเธอไม่แสดงออกถึงความสงสารเลย ทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังความสัมพันธ์นี้ซ่อนอะไรไว้บ้าง ในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ มีปมที่น่าสนใจแบบนี้แหละ
คุณพ่อในชุดสูทสีขาวที่เข้ามาคุกเข่าปลอบลูกชายคือฉากที่ซึ้งที่สุดของเรื่องนี้ ท่าทางที่ห่วงใยและน้ำเสียงที่อ่อนโยนตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบข้างได้อย่างลงตัว ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ว่าโลกจะโหดร้ายแค่ไหน พ่อจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายเสมอ ดูแล้วน้ำตาซึมจริงๆ
การถ่ายทำในห้องกว้างที่มีเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยแต่โทนสีเย็น ช่วยเสริมความรู้สึกโดดเดี่ยวของตัวละครหลักได้ดีมาก ฉากที่ทุกคนยืนล้อมวงมองพระเอกนั่งกับพื้นเหมือนกำลังตัดสินเขา ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย งานภาพในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก
ฉากที่ชายชุดดำถือแส้เตรียมฟาดพระเอกอีกครั้ง แต่ถูกหญิงชุดขาวห้ามไว้ ช่างสร้างความลุ้นระทึกได้มาก เราอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงถูกทำร้ายขนาดนี้ และใครคือคนสั่งการจริงๆ เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ มีปมที่ซับซ้อนจนต้องติดตามตอนต่อไปทันที
ทุกฉากในเรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง ทั้งความเจ็บปวด ความโกรธ และความสิ้นหวัง โดยเฉพาะตอนที่พระเอกมองหน้าพ่อด้วยสายตาที่ทั้งขอความช่วยเหลือและเสียใจผสมกัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ดูในแอปเน็ตชอร์ต แล้วต้องกดดูต่อทันทีไม่รอช้า
ฉากที่พระเอกนั่งกอดอกด้วยความเจ็บปวดบนพื้นห้องหรู ช่างสะท้อนความโดดเดี่ยวได้ชัดเจน แม้จะมีคนล้อมรอบแต่ไม่มีใครยื่นมือช่วยจริงๆ จนต้องรอให้พ่อเข้ามาปลอบใจ เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจกับความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ซับซ้อนแบบนี้มาก