บรรยากาศในงานเลี้ยงหรูหราที่ดูสงบสุข กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าครั้งใหญ่เมื่อชายชุดม่วงเข้ามาป่วน ความตึงเครียดพุ่งสูงทันทีที่เริ่มมีการโต้เถียงกัน เรื่องราวใน ชีวิตที่พังทลาย สะท้อนให้เห็นว่าภายใต้หน้ากากสังคมผู้ดี อาจซ่อนความขัดแย้งที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก
ฉากที่หญิงสาวในชุดเดรสสีเขียวหยิบมือถือขึ้นมาไลฟ์สดคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายกว่าเดิม การที่เธอเลือกจะเปิดเผยเรื่องราวต่อสาธารณะแทนที่จะจัดการกันเอง แสดงให้เห็นถึงความต้องการเอาชนะอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่า ชีวิตที่พังทลาย จะต้องการสื่อว่าเทคโนโลยีคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในยุคนี้
ตัวละครหญิงที่นั่งบนรถเข็นดูบอบบางและน่าเห็นใจที่สุด เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกขัดจังหวะตลอดเวลา สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสนทำให้คนดูเอาใจช่วยเธออย่างมาก ใน ชีวิตที่พังทลาย ตัวละครนี้ดูเหมือนจะเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ
หญิงสาวผู้สูงวัยในชุดสีขาวดูมีอำนาจและบารมีมาก เธอพยายามปกป้องหญิงบนรถเข็นแต่ก็ดูเหมือนจะเหนื่อยล้ากับสถานการณ์ การแสดงออกของเธอมีความเป็นแม่ที่สูงส่งแต่ก็แฝงความกังวลไว้ลึกๆ ชีวิตที่พังทลาย สร้างตัวละครนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่มีเงื่อนไขได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัวละครชายในชุดสีม่วงคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เรื่องราวดูตื่นเต้นขึ้นทุกวินาที ท่าทางกวนประสาทและการพูดจาที่ท้าทายทำให้เขาดูเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้แต่ก็ขาดไม่ได้ในเรื่องนี้ ชีวิตที่พังทลาย ใช้ตัวละครนี้เพื่อกระตุ้นอารมณ์คนดูได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ