ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างมั่นใจ พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ในฉากเปิดเรื่อง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างมั่นใจ พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ในฉากเปิดเรื่อง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างมั่นใจ พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ในฉากเปิดเรื่อง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ในฉากเปิดเรื่อง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมกุหลาบแดงที่ถือไว้ในมือ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูและหญิงสาวอีกคนในเสื้อสีแดง ความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกการเคลื่อนไหวและทุกอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟูดูเหมือนจะตกใจกับสถานการณ์นี้ เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอกลับขาดหายไปในความเงียบของห้องทำงาน ส่วนหญิงสาวในเสื้อสีแดงกลับยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองจากทั้งสองฝ่าย เขาพยายามจะยื่นกุหลาบแดงให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทสีชมพูขนฟู แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและสับสน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความพยายามของเขาที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในฉากสุดท้าย ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่เขากลับไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะกู้คืนมันกลับมา ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความเจ็บปวดและความสับสนของเขา ในขณะเดียวกัน หญิงสาวทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความเงียบและความว่างเปล่า เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลและความรู้สึกของตัวเองที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่เห็นทุกความขัดแย้งและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการเปิดเผยในตอนที่ต่อไป
ชอบการแต่งตัวของตัวละครมาก โดยเฉพาะพระเอกในชุดสูทสีดำที่ดูภูมิฐานแต่การกระทำกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง ฉากที่พยายามจะจับมือนางเอกชุดชมพูแต่ถูกปัดทิ้ง แล้วหันไปโดนตบจากนางเอกชุดดำ มันคือความวุ่นวายที่จัดวางมาได้อย่างลงตัว เรื่องราวในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำให้เห็นเลยว่าความรักในวัยทำงานมันซับซ้อนแค่ไหน แค่ความเข้าใจผิดนิดเดียวก็เปลี่ยนจากความรักเป็นความเกลียดชังได้ทันที
เสียงตบดังสนั่นออฟฟิศจนคนดูสะดุ้ง! นางเอกชุดแดงนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ กล้าลงมือทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ไม่ต้องพูดเยอะเจ็บคอ ส่วนพระเอกนี่ก็น่าสงสารนะ พยายามจะอธิบายแต่ไม่มีใครฟัง สีหน้าที่สับสนหลังจากโดนตบมันสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกอินไปกับความอึดอัดในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา จริงๆ แล้วใครผิดใครถูกกันแน่ หรือทุกคนต่างก็มีมุมของตัวเองที่ไม่มีใครเข้าใจ
พล็อตเรื่องสามเส้าแบบนี้ไม่เคยเก่าเลย แต่การนำเสนอในดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำออกมาได้น่าติดตามมาก นางเอกชุดชมพูดูใสซื่อแต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวในการปฏิเสธ ส่วนนางเอกชุดแดงดูเป็นผู้ใหญ่แต่ก็หึงหวงจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ พระเอกยืนอยู่ตรงกลางเหมือนคนบ้าที่พยายามจะเคลียร์ทุกอย่างแต่ยิ่งทำให้เรื่องแย่ลง ฉากดราม่าในออฟฟิศแบบนี้แหละที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนแอบมองชีวิตจริงของคนอื่น