PreviousLater
Close

ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ตอนที่ 9

2.9K14.5K

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของฉินลั่ว

ฉินลั่วเตรียมจัดงานวันเกิดชดเชยให้กับซืออวี่และเยว่เอ๋อร์ แต่กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างพวกเธอกับภารกิจอวกาศ ในขณะที่หลินเหว่ยทำบางสิ่งที่ไม่คาดคิดกับทั้งสองและทำให้ฉินลั่วต้องรีบมาช่วยฉินลั่วจะเลือกทางไหนระหว่างความรับผิดชอบต่อครอบครัวหรือภารกิจอวกาศ?
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

จากห้องครัวหรูสู่ผับมืดมิด

การตัดต่อภาพระหว่างชายหนุ่มในชุดสูทที่กำลังทำอาหารอย่างประณีต กับฉากในผับที่แสงสีวูบวาบช่างแตกต่างสุดขั้ว เขาพยายามรักษาความสัมพันธ์ผ่านหน้าจอโทรศัพท์ แต่ความจริงตรงหน้ากลับโหดร้ายเกินรับไหว ฉากที่ผู้หญิงคนนั้นคลานบนพื้นเหมือนสัตว์เลี้ยงในขณะที่ผู้ชายอีกคนยืนหัวเราะชอบใจ ช่างเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีมนุษย์อย่างรุนแรง ดูแล้วรู้สึกอึดอัดและโกรธแทนตัวละครหลักมาก

ความเงียบที่ดังกว่าเสียงตะโกน

ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้ภาพบอกเล่ามากกว่าคำพูด สีหน้าของผู้ชายตอนเห็นวิดีโอคอลที่ไม่มีใครรับสาย บอกเล่าความเจ็บปวดได้ชัดเจนกว่าคำบรรยายใดๆ ฉากที่เขาแต่งตัวหล่อเพื่อไปหาคนที่รัก แต่กลับต้องมาเจอภาพที่บั่นทอนจิตใจแบบนี้ ช่างเป็นบททดสอบที่โหดร้ายเกินไป เรื่องราวใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ทำให้เราตั้งคำถามว่าความรักที่รอคอยมานาน ควรค่าแก่การยึดติดหรือไม่

เค้กสิบปีที่กลายเป็นเศษซาก

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเค้กที่เขียนว่าครบรอบสิบปี แต่กลับถูกทิ้งไว้บนโต๊ะท่ามกลางความว่างเปล่า สื่อถึงความพยายามที่สูญเปล่าได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เห็นค่าเลยแม้แต่น้อย ฉากจบที่ผู้หญิงคนนั้นทำท่าทางประหลาดบนพื้นผับ ยิ่งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์นี้มันผิดเพี้ยนไปไกลเกินกว่าจะกู้คืน

กับดักความรักที่มองไม่เห็น

ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวละครชายหลักกำลังติดอยู่ในกับดักที่ตัวเองสร้างขึ้น เขาพยายามยึดติดกับอดีตที่สวยงามผ่านปฏิทินและเค้กวันเกิด แต่ความจริงตรงหน้ากลับกำลังพังทลายลงตรงหน้า ฉากในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีและผู้คนมากมาย แต่เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด การที่ผู้หญิงคนนั้นเลือกจะแสดงออกแบบนี้ต่อหน้าเขา ช่างเป็นการทำลายล้างจิตใจที่รุนแรงมาก ดู ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา แล้วเข้าใจหัวอกคนรอคอย

เมื่อความหวังกลายเป็นมีดกรีดใจ

ฉากที่ผู้ชายพยายามทำอาหารและตกแต่งเค้กอย่างใจเย็น ช่างเป็นภาพที่ตรงข้ามกับพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวข้างในอย่างสิ้นเชิง การที่เขาแต่งตัวดูดีเพื่อไปเจอคนที่รัก แต่กลับต้องมาเจอภาพที่บั่นทอนศรัทธาแบบนี้ ช่างเป็นความเจ็บปวดที่บรรยายไม่ถูก ฉากที่ผู้หญิงคลานบนพื้นแล้วมองมาที่เขาด้วยสายตาเย้ยหยัน ยิ่งทำให้รู้ว่าเกมนี้เขาแพ้ราบคาบตั้งแต่เริ่ม ดูแล้วรู้สึกแทนเขาจริงๆ

แสงนีออนที่ส่องให้เห็นความจริง

ชอบการใช้แสงสีในฉากผับที่สะท้อนถึงความวุ่นวายและความมืดมิดในจิตใจตัวละคร แสงสีม่วงและเขียวที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น ทำให้เธอดูน่ากลัวและเย็นชาอย่างประหลาด ในขณะที่ชายหนุ่มในชุดสูทดูโดดเด่นแต่ก็โดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชน การตัดสลับระหว่างความทรงจำดีๆ กับความจริงอันโหดร้าย ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปกับตัวละครหลัก เรื่องราวใน ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ดราม่าจัดเต็ม

บทสรุปที่ไม่มีใครอยากเจอ

ตอนแรกคิดว่าผู้ชายคนนี้จะทนดูต่อไปเรื่อยๆ แต่พอเห็นฉากที่เขาเดินเข้าไปในผับแล้วเจอภาพแบบนั้น ช่างเป็นโมเมนต์ที่หักมุมและเจ็บปวดมาก การที่ผู้หญิงคนนั้นไม่แม้แต่จะรู้สึกอาย กลับทำท่าทางเย้ายวนต่อหน้าเขาและคนอื่น ช่างแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์นี้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ฉากจบที่ทิ้งปมไว้ให้คิดต่อ ทำให้คนดูอยากติดตามตอนต่อไปทันที อยากรู้ว่าเขาจะตัดสินใจยังไงต่อไปกับชีวิต

ปฏิทินมรณะกับเค้กวันเกิดที่ไม่มีใครกิน

ฉากเปิดเรื่องกดดันมาก แค่เห็นปฏิทินที่ขีดฆ่าวันแล้ววันเล่าก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังของผู้ชายคนนี้แล้ว เขาพยายามทำเค้กฉลองครบรอบสิบปีอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายต้องนั่งกินคนเดียวในห้องกว้างใหญ่ ความเงียบสงัดตัดกับเสียงนาฬิกาเดินยิ่งทำให้ใจสลาย การที่เขาพยายามโทรหาแต่ไม่มีใครรับสาย ยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยว ช่างเป็นจุดเริ่มต้นของ ดวงดาวเป็นพยานของเรื่องเรา ที่ดูแล้วจุกอกจริงๆ อยากให้เขาหลุดพ้นจากวงจรนี้สักที