ฉากเปิดเรื่องทำได้ดีมาก บรรยากาศเมืองยามค่ำคืนกับเธอในชุดทำงานที่ยืนโทรศัพท์ริมหน้าต่างสูง ชวนให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวท่ามกลางความเจริญ เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง เริ่มต้นมาด้วยความกดดันที่มองไม่เห็นผ่านสายตาของเธอ การแสดงออกทางสีหน้าบอกเล่าความกังวลได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ฉากนี้ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันทีว่าปลายสายคือใครและทำไมเธอถึงดูเครียดขนาดนั้น ความละเอียดอ่อนในการถ่ายทำถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ต้องบอกว่าฉากนี้กินใจคนดูสุดๆ
พระเอกในชุดคลุมผ้าไหมสีเทาดูมีความขัดแย้งในตัวเอง นั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางอ่อนล้าแต่สายตากลับคมชัด การรับโทรศัพท์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตเขาก็ได้ ฉากนี้ในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง สื่อถึงความเปราะบางของพระเอกที่ต้องแบกรับความลับบางอย่างไว้คนเดียว เอกสารบนโต๊ะคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนดูรู้ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มเลยจริงๆ คนดูจะรู้สึกอินไปกับเขาทันที
ข้อความในกระดาษโน้ตที่เขียนว่าเขารักคุณแล้วไง เขาจุ๊บฉันด้วยเหมือนกัน ประโยคนี้แทงใจดำคนดูทั้งหน้าจอจริงๆ ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษรช่างบาดลึกเหลือเกิน เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก แค่เห็นกระดาษไม่กี่แผ่นก็รู้ทันทีว่ามีความรักสามเส้าซ่อนอยู่เบื้องหลังความหรูหราของชีวิตตัวละครหลักทั้งสองคนนี้อย่างแน่นอน ต้องบอกว่าเขียนได้เจ็บแสบมาก
ฉากที่เขานั่งอ่านเอกสารแล้วปิดหน้าด้วยความเจ็บปวดทำให้คนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วย การแสดงสีหน้าของพระเอกสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากโดยไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะเลย เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง สร้างปมดราม่าได้เข้มข้นมาก แค่การอ่านกระดาษก็ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับความทุกข์ใจของเขาได้ทันที ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนดูเริ่มเอาใจช่วยเขาอย่างเต็มที่ อยากให้เขาผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้
วิวเมืองนิวยอร์กยามค่ำคืนที่เห็นตึกเอ็มไพร์สเตทเป็นฉากหลังช่วยเสริมบรรยากาศความเหงาได้ดีมาก แสงไฟระยิบระยับตัดกับความมืดในใจตัวละครได้อย่างลงตัว เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง ใช้สถานที่ช่วยเล่าเรื่องได้เก่งมาก ความกว้างใหญ่ของเมืองทำให้ปัญหาของตัวละครดูเล็กน้อยแต่ก็หนักอึ้งในเวลาเดียวกัน การถ่ายทำฉากนี้ถือว่าทำออกมาได้สวยงามและมีความหมายซ่อนอยู่เยอะมากจริงๆ
เธอในชุดทำงานสีดำกับผ้าคลุมสีน้ำเงินดูสวยหรูแต่แฝงความเย็นชา การยืนโทรศัพท์ด้วยท่าทางมั่นคงแต่สายตากลับมีความกังวลซ่อนอยู่ เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง สร้างตัวละครหญิงได้มีมิติมาก ไม่ใช่แค่บุคคลธรรมดาแต่ดูเหมือนมีอำนาจบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังฉาก การแต่งกายและบุคลิกภาพของเธอช่วยบอกเล่าสถานะทางสังคมได้ชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเลย คนดูจะหลงรักตัวละครนี้ทันที
ฉากสุดท้ายที่พระเอกยิ้มมุมปากหลังจากอ่านเอกสารจบทำให้คนดูสงสัยว่าเขาคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มนั้นมีความหมายซ่อนเร้นเยอะมาก อาจจะเป็นการยอมรับหรืออาจจะเป็นการวางแผนบางอย่างก็ได้ เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง ทิ้งปมไว้ให้คนดูติดตามต่อได้ดีมาก ความคลุมเครือของรอยยิ้มนี้ทำให้คนดูต้องกลับไปดูซ้ำอีกรอบเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ น่าติดตามมากๆ
เอกสารบนโต๊ะกาแฟที่กระจัดกระจายบอกเล่าความวุ่นวายในชีวิตเขาได้ดีมาก กระดาษแต่ละแผ่นดูเหมือนจะมีความสำคัญต่อชะตากรรมของความสัมพันธ์นี้ เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง ใช้พร็อพเล็กๆ น้อยๆ ช่วยเล่าเรื่องได้เก่งมาก แค่เห็นกองเอกสารก็รู้ทันทีว่าเขากำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่อาจส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวและการทำงานของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สำคัญมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอดูซับซ้อนเกินกว่าจะนิยามได้ด้วยคำง่ายๆ การโทรศัพท์หากันในเวลากลางคืนบอกเล่าความสนิทสนมบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง เล่นกับประเด็นความรักที่ไม่ได้เรียบง่ายได้ดีมาก คนดูจะรู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของใครบางคนที่มีความสำคัญมาก ความตึงเครียดในแต่ละฉากทำให้คนดูไม่สามารถละสายตาจากหน้าจอได้เลย
โดยรวมแล้วละครเรื่องนี้มีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบเกินไป ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์ของตัวละครในแต่ละฉาก เรื่องราวในผู้หญิงที่เขาเลือกทิ้ง ทำออกมาได้มีความเป็นภาพยนตร์มาก ทั้งแสงสีเสียงและการแสดงล้วนส่งเสริมกันได้ดีมาก คนดูจะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของตัวละครจริงๆ เลยทีเดียว อยากให้ทุกคนลองไปติดตามชมกันดูแล้วจะรู้ว่าความดราม่านี้คุ้มค่ากับการติดตามมากแค่ไหน