ต้องยกนิ้วให้ตัวละครในชุดสีม่วงที่เพิ่งโผล่มาใน ยาพิษสื่อรัก แค่เดินเข้ามาก็เปลี่ยนบรรยากาศทันที สีหน้าที่ยิ้มมุมปากตอนมองปิ่นปัก บอกเลยว่านางร้ายตัวแม่แน่นอน! การที่เธอเข้ามาแทรกกลางระหว่างคู่พระนาง ทำให้ปมดราม่าดูเข้มข้นขึ้นทันที ชอบตรงที่บทไม่ต้องพูดเยอะแต่สายตาเล่าเรื่องได้หมด คนดูอย่างเราแค่เห็นแววตาก็รู้แล้วว่างานนี้ต้องมีศึกใหญ่แน่ๆ
ดู ยาพิษสื่อรัก แล้วต้องชมทีมอาร์ตจริงๆ รายละเอียดของเครื่องประดับบนโต๊ะแดงแต่ละชิ้นดูมีค่าและมีความหมายในตัวเอง โดยเฉพาะปิ่นปักทองที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของฉากนี้ การที่ตัวละครต่างจ้องมองมันด้วยสายตาที่ต่างกัน บ่งบอกถึงสถานะและอำนาจในมือได้ชัดเจนมาก ฉากนี้ไม่ได้มีแค่ดราม่าแต่ยังแฝงความสวยงามของวัฒนธรรมโบราณไว้ด้วย ดูแล้วเพลินตาสุดๆ
ชอบวิธีการเล่าเรื่องใน ยาพิษสื่อรัก ฉากนี้มาก แม้บทพูดอาจจะไม่เยอะแต่การแสดงผ่านสีหน้าของนักแสดงทุกคนกินขาดมาก โดยเฉพาะนางเอกชุดฟ้าที่แค่ขยับคิ้วหรือกรอกตาก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน การที่พระเอกทำท่าทางลังเลก่อนจะยื่นปิ่นปักให้ ทำให้คนดูต้องเดาใจกันแทบตายว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใคร ความเงียบในบางจังหวะกลับทำให้ฉากนี้ดูทรงพลังกว่าการตะโกนใส่กันเสียอีก
ดู ยาพิษสื่อรัก ฉากนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ในห้องนั้นจริงๆ ความอึดอัดที่ส่งผ่านหน้าจอทำให้คนดูอย่างเราอยากกระโดดเข้าไปห้ามทะเลาะกันเลย การที่ตัวละครสามคนยืนล้อมโต๊ะที่มีของสำคัญวางอยู่ มันเหมือนสัญลักษณ์ของศึกชิงอำนาจชัดๆ ชอบตรงที่ผู้กำกับใช้มุมกล้องสลับไปมาเพื่อจับปฏิกิริยาของแต่ละคน ทำให้เราไม่พลาดทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นในวินาทีนั้น
ฉากนี้ใน ยาพิษสื่อรัก น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความรักครั้งใหญ่แน่ๆ การที่พระเอกถือปิ่นปักซึ่งเป็นของที่มีความหมายพิเศษ แล้วมีผู้หญิงสองคนยืนจ้องด้วยสายตาที่ต่างกัน มันชัดเจนเลยว่าต่อไปจะต้องมีเรื่องวุ่นวายตามมาแน่นอน ชอบบรรยากาศที่ดูสงบแต่แฝงไปด้วยอันตราย เหมือนพายุที่กำลังจะเข้าฉากนี้ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็ง อยากรู้ตอนต่อไปมากๆ