ต้องยกนิ้วให้บทของหญิงสาวในชุดสีทองที่ดูภายนอกเหมือนผู้สูงศักดิ์ใจดี แต่พอเห็นฉากที่เธอหยิบกระปุกยาเล็กๆ ออกมาแล้วยื่นให้คนอื่นเท่านั้นแหละ รู้ทันทีว่าเกมเริ่มเดือดแล้วใน ยาพิษสื่อรัก สีหน้าของเธอดูเย็นชาแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน ตัดกับหญิงสาวชุดชมพูที่ยังคงดูใสซื่อไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน การดำเนินเรื่องเร็วมากจนไม่ทันได้หายใจ แต่ละช็อตคือความตึงเครียดที่บีบคั้นอารมณ์คนดูสุดๆ
ฉากที่หญิงสาวในชุดสีทองทาครีมลงบนหน้าอกของหญิงสาวชุดชมพูแล้วปรากฏเป็นรอยแดงรูปผีเสื้อช่างเป็นภาพที่หลอนและสวยงามในเวลาเดียวกัน ใน ยาพิษสื่อรัก ดูเหมือนว่ารอยนี้จะไม่ใช่แค่เครื่องสำอางแต่เป็นสัญลักษณ์ของคำสาปหรือพิษร้ายบางอย่าง สีหน้าตกใจของหญิงสาวชุดเขียวที่มองดูเหตุการณ์ทำให้รู้ว่าเธอรู้ความจริงบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงทุกคนละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับคิ้วก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน
ความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มชุดทองกับหญิงสาวสองคนใน ยาพิษสื่อรัก ช่างซับซ้อนและน่าอึดอัด ชายหนุ่มดูมีอำนาจแต่กลับถูกบีบคั้นด้วยสถานการณ์ ส่วนหญิงสาวชุดชมพูดูเป็นเหยื่อที่ถูกจัดการ ในขณะที่หญิงสาวชุดเขียวที่นั่งพื้นกลับดูเหมือนผู้รู้เห็นที่เจ็บปวดที่สุด ฉากที่ชายหนุ่มยื่นกระปุกยาให้หญิงสาวชุดชมพูแล้วเธอรับไปอย่างสั่นเครือทำให้ใจหาย ความรักในเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นพิษที่ค่อยๆ กัดกินจิตใจทุกคน
ต้องชมทีมเครื่องแต่งกายใน ยาพิษสื่อรัก ที่ใช้สีเสื้อผ้าบอกสถานะและอารมณ์ตัวละครได้ยอดเยี่ยม หญิงสาวชุดเขียวหม่นกับผมเปียสองข้างสื่อถึงความอ่อนแอและถูกกดขี่ หญิงสาวชุดทองกับเครื่องประดับอลังการสื่อถึงอำนาจและความเย่อหยิ่ง ส่วนหญิงสาวชุดชมพูดูบริสุทธิ์แต่กลับตกอยู่ในอันตราย รายละเอียดอย่างปิ่นปักทองและกระปุกยาเขียวเล็กๆ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเรื่องที่เชื่อมโยงปมทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด
ฉากสุดท้ายที่หญิงสาวชุดเขียวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดหลังจากเห็นรอยผีเสื้อปรากฏขึ้นบนตัวหญิงสาวชุดชมพูเป็นฉากที่บีบหัวใจมากใน ยาพิษสื่อรัก ดูเหมือนว่าพิษหรือคำสาปนั้นจะทำงานแล้ว และหญิงสาวชุดเขียวอาจจะเป็นคนต่อไปที่ต้องรับกรรม การแสดงของนักแสดงนำหญิงที่เปลี่ยนจากสีหน้าเจ็บปวดเป็นความโกรธแค้นทำได้ดีมากจนอยากกระโดดเข้าไปในจอเพื่อช่วยเธอ เรื่องนี้แต่ละตอนคือจุดพีคที่ไม่มีช่วงตายตัวเลยจริงๆ