ชอบพล็อตเรื่องที่พระเอกถูกดูถูกแต่สุดท้ายโชว์ฝีมือจนทุกคนอึ้ง ฉากที่เขาล้มลงแล้วลุกขึ้นมาพร้อมไม้คิวในมือคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามตัวละครหญิงที่คอยเป็นห่วง การต่อสู้ด้วยไม้คิวที่ดูเหมือนการเล่นบิลเลียดแต่แฝงไปด้วยการต่อสู้จริง ทำให้เรื่องหน้ากากเทพบิลเลียด มีมิติมากกว่าแค่กีฬา
ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกใส่หน้ากากกับนางเอกสาวสวยในชุดพนักงานบาร์นั้นน่าอิจฉามาก สายตาที่เธอมองเขาตอนเขาล้มลงเต็มไปด้วยความห่วงใยจริงๆ ไม่ใช่แค่แสดง ฉากที่เธอจับหน้าเขาตอนถอดหน้ากากคือโมเมนต์ที่หวานจนใจละลาย ดูแล้วอยากมีแฟนแบบนี้บ้าง เรื่องหน้ากากเทพบิลเลียด ทำฉากโรแมนติกได้ดีไม่แพ้ฉากแอ็คชั่น
ตัวร้ายในชุดสูทสีน้ำตาลที่ยิ้มเยาะเย้ยตลอดเรื่องทำได้ดีมากในการสร้างความเกลียดชังให้ผู้ชม การที่เขาหัวเราะตอนพระเอกโดนทำร้ายทำให้เรารู้สึกอินไปกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ฉากที่เขาเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องในชุดดำดูทรงพลังและคุกคามมาก เป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับพระเอกในเรื่องหน้ากากเทพบิลเลียด อย่างแท้จริง
ไม่เคยเห็นที่ไหนใช้ไม้คิวบิลเลียดมาเป็นอาวุธได้เท่เท่าเรื่องนี้มาก่อน ท่าทางของพระเอกตอนฟาดไม้ควิใส่ศัตรูดูคล่องแคล่วและรุนแรงมาก แม้จะเป็นอุปกรณ์กีฬาแต่ในมือเขากลายเป็นอาวุธอันตราย ฉากสโลว์โมชั่นตอนไม้คิวฟาดลงพื้นสร้างแรงกดดันได้มหาศาล คนทำฉากต่อสู้ในหน้ากากเทพบิลเลียด น่าจะศึกษาท่าทางมาอย่างดี
สถานที่ถ่ายทำที่เป็นโกดังเก่าตกแต่งด้วยแสงไฟนีออนและโต๊ะบิลเลียดให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกใต้ดินจริงๆ เสียงเพลงและเสียงลูกบิลเลียดกระทบกันช่วยเสริมอารมณ์ได้มาก ฉากที่มีคนมามุงดูการต่อสู้รอบๆ โต๊ะทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นหนึ่งในผู้ชมเหตุการณ์นั้นด้วย การออกแบบฉากในหน้ากากเทพบิลเลียด ทำออกมาได้มีรสนิยมมาก