ซีนที่ ซูเยว่ วิ่งฝ่าหิมะเข้าไปช่วย หลินเฟิง ในห้องร้างนั้นกินใจมาก แม้เขาจะอยู่ในสภาพมอมแมมและดูไม่เหมือนแชมป์โลกอีกต่อไป แต่แววตาของเขายังมีความดื้อรั้นอยู่ การที่เธอพยายามปิดปากเขาไม่ให้ส่งเสียงขณะมีกลุ่มคนร้ายเดินผ่านมา สร้างความตื่นเต้นและแสดงให้เห็นความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างทั้งสองคน
บรรยากาศในห้องแคบๆ ที่หนาวเหน็บกลับอบอุ่นขึ้นทันทีเมื่อ ซูเยว่ ก้มลงจูบ หลินเฟิง เพื่อปลอบใจหรืออาจจะเพื่อหยุดเขาไม่ให้พูดอะไรออกไป แสงเทียนที่วูบวาบช่วยเพิ่มอารมณ์โรแมนติกท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด เป็นฉากที่บ่งบอกว่าไม่ว่าเขาจะตกต่ำแค่ไหน เธอก็ยังอยู่ข้างเขาเสมอ
การตัดภาพมาที่สามปีต่อมา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลินเฟิง กลายเป็นเด็กใสซื่อในชุดเอี๊ยมลายสก๊อต ถือกระเป๋าแพนด้า ดูมีความสุขดีแต่เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ฉากในคลับบิลเลียดที่สดใสตัดกับอดีตที่มืดมนอย่างสิ้นเชิง ทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าความทรงจำของเขาหายไปไหนหมด
เห็น หลินเฟิง ในสภาพจิตใจเหมือนเด็กน้อยที่เล่นสนุกอยู่ในคลับบิลเลียดของซูแล้วรู้สึกจุกอกมาก เขาหัวเราะร่าเริงและเล่นบิลเลียดอย่างมีความสุข แต่แววตานั้นดูว่างเปล่าจากความเป็นผู้ใหญ่ที่เคยมี ซูเยว่ ที่ตอนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่และเข้มแข็งขึ้น คอยดูแลเขาอย่างใจเย็น ช่างเป็นบทบาทที่กลับกันจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ตอนเห็นเขาตีลูกบิลเลียดแล้วมีเอฟเฟกต์มังกรทองพุ่งออกมาอีกครั้ง ทั้งที่สภาพจิตใจยังเหมือนเด็ก ก็รู้ว่าพลังของเขายังไม่หายไปไหน แค่ซ่อนอยู่ลึกๆ การที่เขาสามารถทำช็อตยากๆ ได้สำเร็จจนป้ายบอกคะแนนขึ้นว่าท้าทายสำเร็จ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและรอคอยวันที่เขาจะกลับมาเป็นเทพอีกครั้ง