ฉากเทกองทองคำออกมาบนโต๊ะแดงช่างสะกดสายตาจริงๆ แต่ความโลภของชายสองคนกลับทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนน่ากลัว หญิงชุดชมพูที่ร้องไห้ดูน่าสงสารจับใจ ในขณะที่หญิงชุดแดงยืนนิ่งเหมือนรู้เห็นเป็นใจ เรื่องราวใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ชวนให้คิดว่าความมั่งคั่งนี้อาจนำมาซึ่งหายนะมากกว่าความสุข ความขัดแย้งระหว่างความโลภและความรักช่างเจ็บปวด
สีหน้าของหญิงชุดแดงในตอนท้ายช่างน่าขนลุก รอยยิ้มบางๆ นั้นดูเหมือนจะซ่อนแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ชายชุดดำและชายชุดขาวต่างหลงระเริงกับทองแท่งจนลืมสังเกตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา ฉากทหารที่เดินเรียงแถวเข้ามาเพิ่มมิติความระทึกใจให้กับเรื่อง เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนสมจริงมาก
การที่ชายทั้งสองคนรีบคว้าทองคำโดยไม่สนใจความรู้สึกของหญิงชุดชมพูแสดงให้เห็นถึงด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน ฉากที่เททองออกมาเยอะๆ ดูอลังการแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้า เพราะดูเหมือนว่าเงินทองจะซื้อความรักหรือความจริงใจไม่ได้เลย เนื้อหาใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป สะท้อนสังคมได้ดีมาก การตัดสลับระหว่างความดีใจกับความโศกเศร้าทำเอาคนดูอินไปตามๆ กัน
เครื่องประดับศีรษะของหญิงชุดแดงสวยงามและดูมีอำนาจอย่างน่าเกรงขาม เธอไม่ได้พูดมากแต่ทุกการเคลื่อนไหวและสายตากลับทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ การยืนนิ่งๆ ท่ามกลางความโกลาหลทำให้เธอดูเหมือนผู้ควบคุมเกมทั้งหมดใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ฉากนี้บอกใบ้ว่าเธออาจจะเป็นตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด การแต่งกายและฉากหลังเข้ากันได้อย่างลงตัว
ฉากที่หญิงชุดชมพูร้องไห้ขณะคนอื่นกำลังดีใจกับทองคำช่างเป็นภาพที่ตัดกันจนน่าใจหาย ความทุกข์ของเธอกลับถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดายเมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องราวใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ทำให้เราตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้วอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตกันแน่ ฉากดราม่านี้ทำเอาคนดูสะเทือนใจตามไปด้วย การแสดงของนักแสดงนำหญิงช่างสมจริงจนน่าทึ่ง
ฉากที่ตัดมาภายนอกอาคารเห็นทหารเดินเรียงแถวเข้ามาสร้างความกดดันได้มหาศาล เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบ่งบอกถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงตัวคนในห้องนั้น การเปลี่ยนบรรยากาศจากภายในที่วุ่นวายมาเป็นภายนอกที่เงียบแต่ทรงพลังใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ทำได้ดีมาก คนดูจะรู้สึกได้เลยว่าตัวละครกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายและอาจหนีไม่พ้น
การนั่งล้อมวงกินชาแต่กลับกลายเป็นการแบ่งผลประโยชน์ช่างน่าขัน ชายชุดดำดูจะเจ้าเล่ห์กว่าชายชุดขาวที่ดูซื่อบื้อกว่าเล็กน้อย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครบนโต๊ะอาหารใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป เต็มไปด้วยชั้นเชิงและการแย่งชิง แม้จะไม่มีฉากต่อสู้แต่ความตึงเครียดกลับสูงลิ่ว การจัดการองค์ประกอบภาพบนโต๊ะสีแดงตัดกับทองเหลืองช่างสวยงาม
ชายชุดน้ำเงินที่ยืนถือดาบอยู่หน้าประตูดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ท่าทางที่เฝ้าฟังเสียงข้างในแสดงให้เห็นว่าเขาอาจกำลังรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการบุกเข้าไป ฉากนี้ใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป สร้างความลุ้นระทึกได้ว่าข้างในจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประตูบานนั้นถูกเปิดออก ดาบในมือเขาดูเย็นชาและพร้อมที่จะปลิดชีวิตได้ทุกเมื่อ
บางครั้งความเงียบของหญิงชุดแดงก็น่ากลัวกว่าเสียงตะโกนของหญิงชุดชมพูเสียอีก เธอเหมือนรู้ทุกอย่างแต่เลือกที่จะไม่พูด ทิ้งให้คนอื่นหลงระเริงไปกับความโลภของตัวเอง เนื้อหาใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป สอนให้รู้ว่าคนที่เงียบที่สุดมักจะเป็นคนที่อันตรายที่สุด การแสดงสีหน้าที่ละเอียดอ่อนของนักแสดงทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าค้นหาอย่างยิ่ง
จากฉากเริ่มต้นที่ดูเหมือนงานมงคลกลับกลายเป็นฉากดราม่าที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทองคำที่ควรจะนำมาซึ่งความสุขกลับกลายเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ เรื่องราวใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป เดินเรื่องได้รวดเร็วและน่าติดตามมาก ทุกวินาทีมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ คนดูต้องคอยสังเกตสีหน้าและท่าทางของตัวละครเพื่อจับประเด็นสำคัญของการดำเนินเรื่อง