ชอบฉากที่ตัวละครชายสามคนยืนคุยกันในงานประชุมของตำนานนิพพานแห่งเทพแพทย์ มาก ไม่ต้องฟังเสียงก็รู้เลยว่ากำลังมีเรื่องไม่ชอบมาพากล สีหน้าของคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตดำดูเกรี้ยวกราด ส่วนคนใส่สูทสีเทาดูประหม่า ในขณะที่พระเอกของเราเดินเข้ามาพร้อมนางเอกในลุคสวยหรู ดูแล้วรู้เลยว่าพระเอกต้องมาจัดการปัญหาแน่ๆ การแสดงสีหน้าของนักแสดงทำได้ดีมากจนคนดูอินตาม
ต้องยกนิ้วให้ช่างแต่งตัวในตำนานนิพพานแห่งเทพแพทย์ เลย นางเอกตอนใส่ชุดจีนโบราณดูสวยสง่าแบบผู้ดีมีตระกูล พอมาฉากปัจจุบันเปลี่ยนเป็นชุดสูทสีเบจก็ดูทันสมัยและฉลาด หรือแม้แต่ชุดราตรีสีดำระยิบระยับตอนเดินเข้ามาในงานก็สวยจนพระเอกต้องหันมอง การเปลี่ยนลุคแต่ละครั้งของนางเอกไม่ใช่แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เปลี่ยนออร่าและความรู้สึกของคนดูที่มีต่อตัวละครด้วย
ฉากที่พระเอกเดินจับมือนางเอกเข้ามาในงานประชุมของตำนานนิพพานแห่งเทพแพทย์ คือฉากที่พีคมาก ทุกคนในงานกำลังทะเลาะกันอยู่ดีๆ พระเอกก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูมั่นใจสุดๆ แววตาที่มองไปที่กลุ่มคนตรงหน้าบอกเลยว่า 'ฉันมาแล้ว เรื่องจบแน่' การปรากฏตัวของพระเอกในฉากนี้ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเปลี่ยนไปทันที คนดูอย่างเรารู้สึกโล่งใจที่พระเอกมาถึงสักที
สิ่งที่ชอบที่สุดในตำนานนิพพานแห่งเทพแพทย์ คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเข็มกลัดรูปใบไม้สีทองที่นางเอกติดไว้ที่ปกเสื้อสูท หรือเข็มกลัดสีแดงที่พระเอกใส่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงระหว่างสองยุคสมัย หรือแม้แต่ฉากที่พระเอกจับมือนางเอกตอนอยู่ห้องชา กับฉากที่จับมือกันเดินเข้างานประชุม มันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มั่นคงไม่เปลี่ยนไปตามเวลา รายละเอียดพวกนี้ทำให้เรื่องดูมีชั้นเชิงมาก
ฉากเปิดเรื่องในตำนานนิพพานแห่งเทพแพทย์ ที่พระเอกนางเอกใส่ชุดจีนโบราณคุยกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย ช่างดูขลังและโรแมนติกมาก แต่พอตัดภาพมางานประชุมแพทย์ยุคปัจจุบันที่ทุกคนใส่สูทดูเป็นทางการ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที การสลับยุคสมัยแบบนี้ทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นอยากรู้ว่าทั้งสองช่วงเวลาเกี่ยวข้องกันยังไง โดยเฉพาะแววตาของพระเอกที่ดูมุ่งมั่นมาก