ตอนแรกคิดว่าพระเอกจะเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง แต่พอเห็นสีหน้าตกใจสุดขีดตอนเห็นนางเอกในน้ำ ก็รู้ว่าจริงๆ แล้วเขา在乎เธอมากแค่ไหน ความขัดแย้งระหว่างบุคลิกภายนอกกับความรู้สึกภายในทำให้ตัวละครนี้มีมิติมาก เรื่องหอฟู่หรงเล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ แค่ฉากเดียวก็ทำให้เราเอาใจช่วยทั้งคู่จนตัวโก่ง
ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายในเรื่องหอฟู่หรง ลวดลายทองบนชุดสีดำของพระเอกดูหรูหราและมีอำนาจ ในขณะที่ชุดสีส้มของนางเอกก็อ่อนช้อยและสดใส ตรงข้ามกันแต่กลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างปิ่นปักหรือพัดล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ทำให้การดูแต่ละฉากเหมือนได้ชมพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่
การสลับฉากระหว่างความสงบใต้น้ำกับความโกลาหลบนบกในเรื่องหอฟู่หรงทำได้ดีมาก คนดูแทบไม่ได้หายใจหายคอเลยตอนที่พระเอกกระโดดลงน้ำ ความตื่นเต้นถูกบีบอัดไว้ในเวลาสั้นๆ แต่กลับทรงพลังมาก การตัดต่อแบบนี้ทำให้เราติดหนึบหน้าจอ ไม่อยากกดข้ามแม้แต่วินาทีเดียว อยากดูต่อจนจบตอนเดี๋ยวนี้เลย
ฉากที่นางเอกลอยอยู่ท่ามกลางดอกบัวในเรื่องหอฟู่หรงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ดูเหมือนจะมีนัยสำคัญบางอย่างซ่อนอยู่ ดอกบัวที่เบ่งบานท่ามกลางน้ำอาจสื่อถึงการเกิดใหม่หรือการตื่นรู้บางอย่าง คนดูอย่างเราเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอคือใครกันแน่ ทำไมถึงมาอยู่ในน้ำได้แบบนี้ อยากรู้คำตอบจนนอนไม่หลับแล้วจริงๆ
ชอบมากที่เรื่องหอฟู่หรงใช้การแสดงทางสีหน้าและภาษากายแทนคำพูดในหลายฉาก โดยเฉพาะตอนที่พระเอกมองนางเอกในน้ำ สายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ ความกังวล และความสงสาร สื่อออกมาได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย การแสดงแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครมากขึ้น เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้น