ดูแล้วต้องบอกว่าเคมีระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาในหอฟู่หรง นั้นเข้ากันมาก ไม่ใช่แค่ความสวยงามของชุดหรือฉาก แต่เป็นแววตาที่มองกันด้วยความเข้าใจและห่วงใย ฉากที่ฮ่องเต้จับมือฮองเฮาแล้วพูดอะไรบางอย่าง สีหน้าของฮองเฮาที่เปลี่ยนจากกังวลเป็นยิ้มออกมานั้นแสดงอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้คนดูอย่างเราอินไปกับความรักของทั้งคู่จนลืมเวลาไปเลย
สิ่งที่ชอบที่สุดในหอฟู่หรง คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ลวดลายบนชุดมังกรของฮ่องเต้ หรือปิ่นปักผมของฮองเฮาที่วิจิตรบรรจง ทุกอย่างดูสมจริงและใส่ใจมาก ฉากที่นางกำนัลถือถาดเครื่องประดับเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม ทำให้เห็นถึงลำดับชั้นในวังได้ชัดเจน แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือโมเมนต์ที่ฮ่องเต้กอดฮองเฮาแน่นๆ ราวกับจะบอกว่าเธอคือโลกทั้งใบของเขา
ใครบอกว่าในวังมีแต่การแย่งชิงอำนาจ ดูหอฟู่หรง แล้วจะเปลี่ยนความคิด ฉากนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติกที่ซ่อนอยู่ในความหรูหรา แสงเทียนที่ส่องสว่างในห้องบรรทมตัดกับชุดสีทองของทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและน่าอิจฉามาก โดยเฉพาะตอนที่ฮ่องเต้กระซิบข้างหูฮองเฮา แล้วเธอซบอกเขาด้วยความไว้วางใจ ช็อตนี้กินใจคนดูสุดๆ
ต้องชื่นชมการแสดงของนักแสดงในหอฟู่หรง ที่สามารถสื่ออารมณ์ผ่านสายตาได้โดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะๆ ตอนแรกฮองเฮาดูเคร่งขรึมและกังวลกับพิธีการ แต่พอฮ่องเต้เข้ามาจับมือและปลอบโยน สีหน้าเธอก็ผ่อนคลายลงทันที ฮ่องเต้เองก็แสดงออกถึงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้บุคลิกผู้ปกครองที่เข้มแข็ง การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติและน่าติดตามมาก
ชุดในหอฟู่หรง นี่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ โดยเฉพาะชุดสีทองของฮองเฮาที่ตัดเย็บอย่างประณีต ลวดลายปักทองระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟ เข้ากับเครื่องประดับผมที่ดูแพงมาก ฝั่งฮ่องเต้ก็ไม่น้อยหน้า ชุดลายมังกรสีดำทองดูทรงพลังและน่าเกรงขาม แต่พอมาอยู่คู่กันแล้วกลับดูกลมกลืนอย่างน่าประหลาด ความสวยงามของเครื่องแต่งกายช่วยส่งเสริมเรื่องราวความรักให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก