ไม่ต้องฟังบทพูดก็รู้แล้วว่าสถานการณ์มันแย่แค่ไหน แค่ดูสีหน้าของชายชุดน้ำเงินที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเจ็บปวด เขาพยายามจะปกป้องหญิงชุดขาวแต่ก็ดูเหมือนจะถูกกดดันจากทุกทิศทาง ฉากนี้ในหอฟู่หรงเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก ทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครเอกสุดๆ
ต้องยอมรับว่าคอสตูมในเรื่องหอฟู่หรงสวยมาก โดยเฉพาะชุดสีแดงฟ้าของผู้หญิงที่ดูโดดเด่นแต่ท่าทางและคำพูดกลับร้ายกาจเหลือเกิน การแต่งกายที่ดูดีแต่พฤติกรรมตรงกันข้ามมันสร้างมิติให้ตัวละครได้น่าสนใจมาก ทำให้ฉากดราม่านี้ดูมีสีสันและไม่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉากที่หญิงชุดขาวต้องยืนเผชิญหน้ากับคนจำนวนมากเพียงลำพังมันช่างน่าเห็นใจ สีหน้าที่พยายามเข้มแข็งแต่แววตากลับสั่นคลอนทำให้คนดูใจสลายตามไปด้วย เรื่องราวในหอฟู่หรงช่วงนี้บีบหัวใจมาก เธอจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ไหม หรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับคำครหา
ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดไม่ใช่ดาบแต่คือคำพูด การโต้เถียงที่เกิดขึ้นในหอฟู่หรงเต็มไปด้วยประโยคที่แทงใจดำ แต่ละตัวละครต่างงัดเอาความลับหรือปมด้อยของอีกฝ่ายออกมาโจมตี มันคือสงครามประสาทที่ดุเดือดและน่าติดตามที่สุดฉากหนึ่งเลยทีเดียว
การปรากฏตัวของหญิงชราชุดเขียวทองทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที ดูเหมือนเธอจะเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในงานนี้ ท่าทีที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความกดดันทำให้ทุกคนต้องเกรงใจ ฉากนี้ในหอฟู่หรงแสดงให้เห็นถึงลำดับชั้นและความเคารพที่ชัดเจนมาก