พล็อตเรื่องใน เสน่หาลวงใจ ยังคงเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีเสมอ ฉากทะเลาะกันระหว่างหญิงชุดน้ำตาลกับชายสูททำให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ส่วนชายเสื้อดำที่คอยดูแลหญิงป่วยดูเป็นผู้ชายในอุดมคติจริงๆ อยากให้มีตอนต่อไปเร็วๆ
ชอบวิธีเล่าเรื่องผ่านสายตาของตัวละครแต่ละคนใน เสน่หาลวงใจ โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวบนเตียงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า มันสื่อถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ได้ดีมาก ดูจบแล้วใจสั่นตามไปด้วยเลย
ฉากดราม่าในโรงพยาบาลของ เสน่หาลวงใจ ทำออกมาได้สมจริงมาก การปะทะกันของอารมณ์ระหว่างตัวละครทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั้นจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่หญิงชุดน้ำตาลถูกดึงตัวออกไป ช่างน่าสงสารและน่าโกรธในเวลาเดียวกัน
แม้จะมีดราม่าหนักมากแต่ฉากที่ชายหนุ่มคอยป้อนข้าวหญิงสาวใน เสน่หาลวงใจ ก็ทำให้ใจละลายได้เสมอ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การจับมือหรือการมองตากัน บอกเล่าความรักได้ลึกซึ้งกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
ตอนที่หญิงชุดน้ำตาลเริ่มร้องไห้และแสดงอารมณ์ออกมาใน เสน่หาลวงใจ ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของตัวละครที่ก่อนหน้านี้ดูเข้มแข็ง การแสดงที่สมจริงทำให้คนดูรู้สึกเห็นใจแม้จะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเธอเลยก็ตาม
ชอบฉากที่ทุกคนเงียบกันหมดหลังจากเกิดเรื่องใน เสน่หาลวงใจ ความเงียบนั้นดังกว่าเสียงตะโกนใดๆ ทั้งสิ้น มันสื่อถึงความอึดอัดและความเจ็บปวดที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา ดูแล้วรู้สึกอึดอัดตามตัวละครจริงๆ
เรื่องราวใน เสน่หาลวงใจ ทำให้คิดว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ตัวละครแต่ละคนเลือกที่จะตอบสนองต่างกัน บางครั้งการอยู่ข้างๆ กันในยามยากอาจสำคัญกว่าคำหวานใดๆ ทั้งสิ้น
ฉากที่ชายหนุ่มป้อนอาหารหญิงสาวบนเตียงโรงพยาบาลช่างดูอบอุ่นแต่แฝงความตึงเครียด เมื่ออีกคู่หนึ่งเข้ามาแล้วเกิดดราม่าหนักมาก การแสดงสีหน้าของทุกคนใน เสน่หาลวงใจ บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ดูแล้วอินมากจนลืมหายใจ