สิ่งที่ชอบที่สุดใน เสน่หาลวงใจ คือการเล่นกับสายตาของตัวละคร โดยเฉพาะตอนผู้ชายอุ้มผู้หญิงชุดขาวขึ้นมาแล้วมองขึ้นไปบนบันได แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความกลัวบางอย่าง เหมือนเขารู้สึกผิดหรือกำลังถูกจับตามองจากใครบางคน ฉากนี้ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้รุนแรงมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบมองความลับที่ไม่มีใครอยากให้เปิดเผย
จุดพีคของเรื่องคือตอนที่ผู้หญิงชุดขาวหยิบมือถือขึ้นมาทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของพระเอก ใน เสน่หาลวงใจ ฉากนี้บอกใบ้ชัดเจนว่าเธอไม่ได้ล้มโดยบังเอิญ แต่อาจกำลังพยายามบันทึกหลักฐานบางอย่าง การที่เธอพยายามยัดมือถือให้คนอื่นหรืออาจจะกำลังจะโทรหาใครสักคน ทำให้พล็อตเรื่องดูซับซ้อนขึ้นทันที คนดูเริ่มสงสัยว่าตกลงใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงในเรื่องนี้
ตัวละครผู้หญิงในชุดดำและขาวเป็นจุดสนใจที่ดึงดูดสายตาที่สุดใน เสน่หาลวงใจ ท่าทางของเธอที่ค่อยๆ เดินลงบันไดอย่างช้าๆ พร้อมแววตาที่จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเย็นชา ทำให้เธอดูเหมือนจะเป็นผู้คุมเกมมากกว่าจะเป็นแค่ผู้ร่วมงานปาร์ตี้ทั่วไป การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นเย็นชาทำให้คนดูรู้สึกขนลุกและอยากรู้เบื้องหลังความสัมพันธ์ของเธอกับคู่พระนางมาก
ฉากที่ผู้ชายอุ้มผู้หญิงชุดขาวไว้อย่างทะนุถนอมใน เสน่หาลวงใจ ดูเผินๆ เหมือนฉากโรแมนติกแต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความกดดัน สายตาของเขามองไปรอบๆ อย่างระแวงเหมือนกลัวใครจะเห็น ในขณะที่ผู้หญิงในอ้อมกอดก็ดูอ่อนแรงแต่ยังพยายามสื่อสารบางอย่างผ่านมือถือ ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกว่าความรักในเรื่องนี้อาจไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์แต่เต็มไปด้วยการคำนวณและผลประโยชน์
บรรยากาศในงานเลี้ยงหรูหราของ เสน่หาลวงใจ ถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามรบทางอารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง จากเดิมที่ทุกคนกำลังดื่มกินอย่างสนุกสนาน พอมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แววตาของแขกทุกคนเปลี่ยนไปทันที บางคนตกใจ บางคนซุบซิบ บางคนทำท่าทางเหมือนรู้เห็นเป็นใจ ฉากหลังที่หรูหราตัดกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เรื่องดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ