ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่องนี้มาก แต่ละชุดสวยตะลึง โดยเฉพาะชุดสีแดงเลื่อมของนางร้ายที่ดูโดดเด่นแต่แฝงความอันตราย ตัดกับชุดสีฟ้าอ่อนของนางเอกที่ดูบริสุทธิ์น่าปกป้อง ฉากที่ผู้หญิงชุดเขียวเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาแล้วชี้หน้าด่า มันคือจุดพีคที่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน การแสดงสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนสมจริงมาก เสน่หาลวงใจ ทำให้เราอินไปกับความขัดแย้งนี้สุดๆ
ฉากเปิดตัวของพระเอกที่เดินลงบันไดมาอย่างเท่พร้อมสูทสีดำสนิทและแว่นดำของลูกน้อง สร้างภาพลักษณ์ของชายผู้ทรงอิทธิพลได้สมบูรณ์แบบ ท่าทางที่เย็นชาแต่แฝงความห่วงใยเมื่อนางเอกชุดฟ้าถูกทำร้าย เป็นโมเมนต์ที่ทำให้หัวใจพองโต การปกป้องอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะแต่พิสูจน์รักด้วยการกระทำ มันช่างโรแมนติกและดุดันในเวลาเดียวกัน เสน่หาลวงใจ สร้างตัวละครชายในฝันได้ตรงใจมาก
พล็อตเรื่องสามเส้าไม่เคยทำให้ผิดหวัง เมื่อพระเอกยืนอยู่ตรงกลางระหว่างนางเอกชุดฟ้าและหญิงชุดเขียวที่ดูจะมีความสัมพันธ์บางอย่าง การโต้เถียงกันด้วยสายตาและคำพูดที่เจ็บแสบทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแต่ก็หยุดดูไม่ได้ ฉากที่พระเอกจับมือนางเอกแล้วพาเดินหนีไปทิ้งให้คนอื่นยืนมอง เป็นฉากจบที่สะใจและทิ้งปมให้ติดตามต่อ เสน่หาลวงใจ เล่นเกมจิตวิทยาได้เก่งมาก
ชอบการเก็บรายละเอียดในเรื่องนี้มาก เช่น แววตาที่เปลี่ยนไปของพระเอกเมื่อเห็นนางเอกถูกทำร้าย หรือมือที่สั่นเทาของนางเอกชุดฟ้าขณะถูกดึงแขน แม้แต่รอยยิ้มเยาะของหญิงชุดแดงที่อยู่เบื้องหลัง ล้วนบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การจัดวางตำแหน่งตัวละครในงานเลี้ยงที่ทำให้เห็นลำดับชั้นทางสังคมก็ทำได้ดี เสน่หาลวงใจ เป็นเรื่องที่ดูแล้วต้องสังเกตดีๆ ถึงจะอรรถรส
ต้องยอมรับว่าฉากนี้ทำเอาคนดูหายใจไม่สะดวก ความตึงเครียดระหว่างตัวละครมันพุ่งออกมาจากจอจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่หญิงชุดเขียวเข้ามาชี้หน้าและพูดจาเสียดสี แล้วพระเอกก็ยืนนิ่งๆ ไม่พูดอะไรแต่สายตาแหลมคมมาก มันคือความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงตะโกน ฉากที่พระเอกดึงนางเอกเข้ามากอดเป็นการประกาศสิทธิ์ที่ชัดเจนมาก เสน่หาลวงใจ สร้างบรรยากาศได้กดดันสุดๆ