พล็อตเรื่องเดินเร็วแต่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ชอบจังหวะที่ตัดสลับระหว่างอดีตที่ลูกยังแข็งแรงกับปัจจุบันที่ต้องต่อสู้กับร่างกาย การที่แม่บังคับให้ลูกเซ็นใบลาเรียนตอนแรกดูเหมือนใจร้าย แต่พอเห็นฉากหลังๆ ใน แม่ร้ายเพราะรัก แล้วเข้าใจเลยว่าแม่ทำเพื่ออนาคตของลูกจริงๆ
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ภาษากายมากกว่าบทพูด ฉากที่แม่ยืนมองลูกผ่านหน้าต่างแล้วน้ำตาไหลโดยไม่มีเสียงดนตรีประกอบ มันทรงพลังมาก แม่ร้ายเพราะรัก สอนให้เราเห็นว่าความรักของพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเสมอไป บางครั้งการกระทำที่ดูเหมือนไร้เหตุผลคือความรักที่ลึกซึ้งที่สุด
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างรองเท้าผ้าใบสีขาวที่เปื้อนฝุ่นตอนลูกพยายามเดิน มันสื่อความหมายได้ดีมากว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่เคยราบรื่น แม่ร้ายเพราะรัก ใช้สัญลักษณ์เหล่านี้เล่าเรื่องได้เนียนมาก ดูแล้วอยากกอดแม่ตัวเองทันทีเลย
ดูแล้วเข้าใจทั้งสองฝ่ายเลย ลูกที่อยากทำตามฝันแต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย แม่ที่อยากปกป้องลูกแต่กลับทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่รู้ตัว แม่ร้ายเพราะรัก นำเสนอความขัดแย้งในครอบครัวได้สมจริงมาก ไม่มีใครผิดใครถูก มีแต่ความรักที่แสดงออกผิดวิธีเท่านั้นเอง
ฉากที่ลูกใช้วอล์คเกอร์เดินได้ก้าวแรกพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา มันคือจุดพีคของเรื่องเลย แม่ร้ายเพราะรัก สร้างโมเมนต์นี้ได้ดีมากจนเราต้องกดหยุดแล้วเช็ดน้ำตา ความพยายามของลูกและความภูมิใจของแม่ที่ซ่อนอยู่ในสายตา มันคือรางวัลของทุกความเจ็บปวดที่ผ่านมา