ภาพที่แม่ยอมก้มหัวลงพื้นเพื่อลูก มันสะท้อนให้เห็นว่าความรักของแม่ไม่มีขีดจำกัดจริงๆ แม้จะต้องสูญเสียศักดิ์ศรีแค่ไหนก็ยอม ฉากนี้ในแม่ร้ายเพราะรักทำเอาคนดูน้ำตาซึมตามไม่ทัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของชายชุดสูทก็ดูจะเริ่มสั่นคลอนแล้วเหมือนกัน อยากรู้ว่าจุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แม่จะพาลูกกลับบ้านได้ไหม
โทนสีของฉากในอาคารดูเย็นชาและกดดันมาก ตัดกับฉากนอกที่แม่พาลูกนั่งรถเข็นออกไปซึ่งดูโล่งขึ้นแต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน การเดินช้าๆ ของแม่ที่เข็นรถเข็นลูกไปตามทางเดิน มันเหมือนกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูเปราะบางมาก ละครเรื่องนี้เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ละเอียดอ่อนจริงๆ
ดูแล้วรู้สึกสงสารทั้งแม่และลูกสาว ไม่ว่าใครจะผิดใครจะถูกรู้สึกว่าทุกคนต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น ฉากที่แม่ร้องไห้จนตัวสั่นมันทำให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจแม่ร้ายเพราะรักเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังแฝงแง่คิดเกี่ยวกับครอบครัวและการให้อภัยไว้ด้วย ดูแล้วต้องเตรียมทิชชู่ไว้เยอะๆ เลย
ประทับใจการแสดงผ่านสายตาของนักแสดงมาก โดยเฉพาะตอนแม่เงยหน้ามองฟ้าหลังจากก้มกราบ มันเหมือนกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ลูกหายดี หรืออาจจะขอโทษลูกในใจก็ได้ ความละเอียดอ่อนของบทละครทำให้ตัวละครดูมีมิติมาก ไม่ใช่แค่ร้องไห้โวยวายแต่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์ที่คนดูสัมผัสได้จริง
แม้ฉากส่วนใหญ่จะดูเศร้าและบีบคั้นอารมณ์ แต่พอเห็นแม่พาลูกออกมาเดินข้างนอก มันก็เหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ แทรกเข้ามา ความพยายามของแม่ที่จะดูแลลูกแม้ในสภาพที่ลำบากแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่ามีหวังเสมอ ละครแม่ร้ายเพราะรักสอนให้เราเห็นคุณค่าของความรักในครอบครัวที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้จริงๆ