ชอบการออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะชุดสีขาวทองของนางเอกที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่จริงๆ แล้วซ่อนดาบไว้ข้างใน ฉากที่เธอเดินผ่านม่านลูกปัดแล้วหยุดมองกระจก มันสื่อถึงการทบทวนตัวเองก่อนจะออกไปสู้ การแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ต้องใช้คำพูดก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ใน นางสนม หวนรักกลับคืน การแต่งตัวแต่ละชุดบอกสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้หมดเลย ดูแล้วอยากตามเก็บทุกตอนเพราะอยากรู้ว่าเธอจะแก้แค้นยังไงต่อ
ฉากที่นางเอกถูกทำร้ายบนพื้นแล้วลุกขึ้นมาตบกลับ มันคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของเรื่อง จากคนที่ถูกเหยียบย่ำกลายเป็นผู้ล่าทันที การแสดงของนางเอกในฉากนี้สมจริงมาก ทั้งน้ำตาและความเจ็บปวดที่เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น คนดูอย่างเราแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้เลย ใน นางสนม หวนรักกลับคืน ฉากนี้คือไฮไลท์ที่ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่รอให้คนอื่นมาช่วย แต่เธอคือคนที่ต้องช่วยตัวเองและจัดการศัตรูด้วยมือตัวเองจริงๆ
ต้องชมทีมโปรดักชั่นที่เนรมิตฉากวังออกมาได้สวยงามและขลังมาก แสงเงาและการจัดวางองค์ประกอบภาพในแต่ละช็อตดูมีชั้นเชิงสุดๆ โดยเฉพาะฉากที่นางเอกยืนอยู่ริมระเบียงแล้วสะท้อนลงน้ำ มันให้ความรู้สึกเหงาแต่ทรงพลังมาก ใน นางสนม หวนรักกลับคืน ฉากหลังไม่ใช่แค่ฉากประกอบแต่ช่วยเล่าเรื่องได้ด้วย ความหรูหราของวังตัดกับความโหดร้ายของมนุษย์ได้อย่างลงตัว ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุคโบราณจริงๆ
พล็อตเรื่องแบบนี้ไม่เคยทำให้เบื่อเลยสักนิด การที่นางเอกถูกกลั่นแกล้งจนเกือบตายแล้วฟื้นขึ้นมาพร้อมแผนการแก้แค้นที่แนบเนียนมาก มันคือความสะใจที่คนดูรอคอย ฉากที่เธอแกล้งทำเป็นอ่อนแอแล้วรอจังหวะสวนกลับ คือความฉลาดของตัวละครที่เขียนออกมาได้ดีมาก ใน นางสนม หวนรักกลับคืน ทุกการกระทำของนางเอกมีเหตุผลรองรับหมด ไม่ใช่แค่การอาละวาดแต่เป็นการวางแผนทุกก้าวเดิน ดูแล้วต้องคอยลุ้นว่าศัตรูจะหลงกลเมื่อไหร่
ฉากจบที่นางเอกชักดาบออกมาฟันม่านอย่างรุนแรง มันคือสัญลักษณ์ของการตัดขาดจากอดีตและความอ่อนแอ การที่เธอเลือกที่จะใช้กำลังแทนคำพูดในวินาทีนั้น บอกเลยว่ามันเท่มาก ใน นางสนม หวนรักกลับคืน การต่อสู้ไม่ใช่แค่การใช้อาวุธแต่คือการต่อสู้กับจิตใจตัวเองด้วย สีหน้าของเธอตอนจับดาบแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมที่จะแลกทุกอย่างเพื่อความเป็นธรรม ฉากนี้ทำให้ใจเต้นแรงและรอคอยฉากต่อสู้จริงๆ ในตอนต่อไปมาก
ความดราม่าในเรื่องนี้ไม่ได้ขายแค่ความเศร้าแต่ขายความเจ็บปวดที่เปลี่ยนเป็นพลัง การที่นางเอกต้องทนเห็นคนรักหักหลังและถูกทำร้ายจนร่างกายและจิตใจบอบช้ำ มันทำให้คนดูอินไปกับตัวละครมาก ใน นางสนม หวนรักกลับคืน ทุกหยดน้ำตาที่เธอร้องออกมาคือเชื้อเพลิงที่ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น ฉากที่เธอนั่งร้องไห้บนพื้นแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนได้อย่างมั่นคง คือภาพที่ตราตรึงใจมาก มันบอกเราว่าอย่าปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำเราได้อีก
ฉากเปิดเรื่องทำให้ขนลุกซู่จริงๆ เมื่อเห็นสีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความเย็นชาสุดขีด การที่เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่ลงมือจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเธอผ่านอะไรมาบ้างใน นางสนม หวนรักกลับคืน การเทน้ำใส่กระถางธูปแล้วชักดาบออกมา เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าเธอพร้อมจะตัดขาดทุกความสัมพันธ์เก่าเพื่อเอาคืน ความดราม่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การร้องไห้ แต่คือการวางแผนอย่างเงียบเชียบที่น่ากลัวมาก