ฉากที่พระเอกผมขาวต่อสู้กับศัตรูในลานวัดช่างน่าตื่นเต้นมาก เลือดที่ไหลจากมุมปากและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นทำให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญ การแสดงออกทางสีหน้าของเขานั้นสมจริงมาก จนทำให้เราเอาใจช่วยเขาในทุกฉากของนางสนม หวนรักกลับคืน
ฉากที่นางเอกชุดสีเขียวอ่อนและนางเอกชุดสีฟ้าอ่อนเผชิญหน้ากันนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด การแย่งชิงดอกไม้สัญลักษณ์ของความรักทำให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเธอ เรื่องราวในนางสนม หวนรักกลับคืน นำเสนอความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้อย่างน่าสนใจมาก
ฉากที่พระเอกกอดนางเอกที่หมดสติท่ามกลางหิมะตกช่างสวยงามแต่ก็เจ็บปวดมาก แสงสีฟ้าเย็นยะเยือกกับหิมะที่โปรยปรายสร้างบรรยากาศที่เศร้าสร้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความทรงจำที่ปรากฏขึ้นในฉากนี้ทำให้เราเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละครในนางสนม หวนรักกลับคืน มากขึ้น
ต้องชื่นชมทีมเครื่องแต่งกายที่ออกแบบชุดและเครื่องประดับได้งดงามมาก โดยเฉพาะเครื่องประดับศีรษะของนางเอกชุดสีฟ้าอ่อนที่ระยิบระยับเมื่อเคลื่อนไหว ทุกรายละเอียดล้วนใส่ใจในการออกแบบ ทำให้โลกในนางสนม หวนรักกลับคืน ดูสมจริงและน่าหลงใหลอย่างมาก
ฉากสุดท้ายที่พระเอกนอนหมดสติอยู่กลางลานวัดพร้อมกับดาบที่ตกอยู่ข้างกายช่างทำให้คนดูอย่างเราใจหาย แผลที่คอและเลือดที่ไหลออกมาทำให้รู้ว่าเขาต้องผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก ปมที่ทิ้งไว้ในตอนจบของนางสนม หวนรักกลับคืน ทำให้เราต้องรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
นักแสดงทุกคนในเรื่องนี้มีการแสดงออกทางสีหน้าที่สมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกพยายามกลั้นน้ำตาขณะมองนางเอกที่จากไป แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามเข้มแข็งทำให้เราอินไปกับตัวละครมาก การแสดงในระดับนี้ทำให้นางสนม หวนรักกลับคืน เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การติดตาม
ฉากที่นางเอกในชุดสีฟ้าอ่อนพยายามซ่อนน้ำตาขณะยื่นดอกไม้ให้พระเอกช่างสะเทือนใจมาก แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ยังพยายามยิ้มทำให้คนดูอย่างเราใจสลายจริงๆ เรื่องราวในนางสนม หวนรักกลับคืน เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ตลอด ทำให้ติดหนึบทุกตอน