ฉากย้อนอดีตที่เด็กหญิงมอบดาบให้เด็กชายช่างเป็นภาพที่งดงามและบริสุทธิ์ ท่ามกลางต้นซากุระที่ผลิบาน แต่เมื่อตัดกลับมาปัจจุบัน ดาบเล่มเดิมกลับกลายเป็นเครื่องยืนยันความสูญเสีย การดำเนินเรื่องใน นางสนม หวนรักกลับคืน ใช้วัตถุเป็นสื่อความทรงจำได้ดีมาก ทำให้คนดูอินไปกับความอาลัยอาวรณ์ของตัวละคร
ฉากที่พระเอกผมเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเพราะความโศกเศร้าคือจุดพีคที่สุดของเรื่องนี้ การที่เขากอดร่างไร้วิญญาณของนางเอกท่ามกลางพายุหิมะและกรีดร้องออกมา มันสื่อถึงความรักที่ลึกซึ้งจนยอมแลกทุกอย่าง ใน นางสนม หวนรักกลับคืน ฉากนี้คือฉากที่เรียกน้ำตาได้มากที่สุดจริงๆ
การตัดสลับระหว่างฉากวัยเด็กที่มีความสุขกับฉากปัจจุบันที่โหดร้ายทำให้ความรู้สึกของคนดูถูกกระชากไปมาอย่างรุนแรง เรื่องราวใน นางสนม หวนรักกลับคืน ไม่ได้มีแค่ความโรแมนติกในอดีต แต่ยังมีความจริงจังและเจ็บปวดในปัจจุบันที่ทำให้เราต้องติดตามว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร
แม้จะเป็นฉากดราม่าหนักๆ แต่เคมีระหว่างพระเอกและนางเอกนั้นชัดเจนมาก สายตาที่เขามองเธอตอนเธอใกล้หมดลมหายใจมันเต็มไปด้วยความหวงแหนและความรักที่ไม่มีวันจางหาย การแสดงใน นางสนม หวนรักกลับคืน ทำให้เราเชื่อสนิทใจว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหน
ต้องชมทีมโปรดักชั่นที่เลือกฉากหิมะตกหนักมาเสริมอารมณ์โศกนาฏกรรมได้สมบูรณ์แบบ แสงสีฟ้าเย็นยะเยือกตัดกับความอบอุ่นในความทรงจำ ทำให้ทุกฉากใน นางสนม หวนรักกลับคืน ดูมีมิติและกินใจคนดูอย่างเหลือเชื่อ เป็นงานภาพที่สวยงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน