ต้องยกนิ้วให้คอสตูมในนางสนม หวนรักกลับคืน ชุดแต่งงานสีแดงปักทองละเอียดงดงามมาก เครื่องประดับผมของเจ้าสาวดูอลังการแต่ก็ดูหนักอึ้งเหมือนภาระที่เธอต้องแบกรับ ในขณะที่ชุดสีดำของชายหนุ่มในอดีตดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย การแต่งกายช่วยส่งเสริมอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี
ฉากในห้องหอของนางสนม หวนรักกลับคืน สร้างความกดดันได้ยอดเยี่ยม แสงเทียนที่ริบหรี่กับม่านสีแดงที่ปิดทึบทำให้รู้สึกอึดอัดแทนตัวละคร การที่เจ้าบ่าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่อย่างช้าๆ มันเหมือนการเดินเข้าสู่สนามรบมากกว่าห้องนอนคู่รัก ความสัมพันธ์ที่เปราะบางพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ
แม้เนื้อเรื่องในนางสนม หวนรักกลับคืน จะดูเศร้าและเต็มไปด้วยปมขัดแย้ง แต่ฉากที่เจ้าบ่าวโอบกอดเจ้าสาวตอนท้ายก็ทำให้พอมีความหวังขึ้นมาบ้าง บางทีความรักอาจจะเกิดขึ้นได้แม้จะเริ่มจากจุดที่ไม่ได้เต็มใจ การที่เขาค่อยๆ ลูบผมและปลอบโยนเธอแสดงว่าลึกๆ แล้วเขาอาจจะห่วงใยเธอมากกว่าที่แสดงออกก็เป็นได้
ชอบฉากที่เจ้าบ่าวใช้ไม้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวในนางสนม หวนรักกลับคืน มาก มันดูขลังและโรแมนติกแบบจีนโบราณจริงๆ แสงเทียนในห้องหอช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นแต่ก็ตึงเครียดไปพร้อมกัน การที่เจ้าสาวก้มหน้าไม่กล้าสบตาบอกเลยว่าเธอมีความในใจมากมายที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้ชุดแต่งงานสีแดงฉานนี้
การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตในนางสนม หวนรักกลับคืน ทำได้ดีมาก ทำให้เราเห็นความแตกต่างของตัวละครชัดเจน เด็กหนุ่มในชุดดำกับหญิงสาวชุดเหลืองดูบริสุทธิ์และมีความสุขกว่าคู่ปัจจุบันที่ต้องมาแต่งงานกันด้วยหน้าที่หรือคำสัญญาบางอย่าง ความขัดแย้งในใจของตัวละครหลักทำให้เรื่องน่าติดตามสุดๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในนางสนม หวนรักกลับคืน คือการใช้ภาษากายแทนคำพูด เจ้าบ่าวที่ดูเย็นชาแต่การกระทำกลับอ่อนโยนเวลาจับมือหรือโอบกอดเจ้าสาว ส่วนเจ้าสาวที่ดูสับสนแต่ก็ยอมจำนนต่อโชคชะตา ฉากที่เธอซบอกเขาร้องไห้เงียบๆ โดยไม่มีเสียงดนตรีประกอบยิ่งทำให้คนดูจุกอกตามไปด้วย
ฉากงานแต่งในนางสนม หวนรักกลับคืน ดูสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเศร้าลึกๆ สายตาของเจ้าสาวที่มองเจ้าบ่าวเหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า หรืออาจจะเป็นคนรักในอดีตที่เปลี่ยนไป ฉากย้อนอดีตใต้ต้นไม้ออกดอกขาวโพลนช่างตัดกับความจริงตรงหน้าอย่างน่าใจหาย ความรักที่ดูเหมือนจะสมหวังแต่กลับเต็มไปด้วยปมในอดีตที่แก้ไม่ตก