ชุดดำของแม่ดูสง่างามและทรงพลังมาก เหมือนเธอผ่านอะไรมาเยอะ ส่วนเด็กๆ แต่งตัวสไตล์สตรีทแฟชั่นดูทันสมัยมาก พ่อเองก็ใส่สูทดูภูมิฐาน การแต่งตัวแต่ละคนบอกสถานะและบุคลิกได้ชัดเจนมาก ในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ การออกแบบเครื่องแต่งตัวช่วยเสริมเรื่องราวได้ดีมาก ทำให้คนดูอินกับตัวละครตั้งแต่แรกเห็น
ตอนพ่ออุ้มลูกชายแล้วลูกชายทำท่าทางซนใส่พ่อ มันน่ารักมากแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีความตึงเครียดบางอย่างซ่อนอยู่ แม่ที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ดูเหมือนอยากเข้าไปร่วมแต่ก็ลังเล ฉากนี้ในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ถ่ายทอดอารมณ์ได้ละเอียดอ่อนมาก คนดูจะรู้สึกถึงความหวังและความกังวลปนกันไป
เด็กๆ ในเรื่องดูมีบุคลิกชัดเจนมาก คนโตดูเป็นผู้นำ คนกลางดูซนที่สุด คนเล็กดูเงียบๆ แต่ฉลาด การที่พวกเขาต้องปรับตัวกับพ่อที่ไม่ได้เจอกันนานน่าจะเป็นจุดเด่นของเรื่อง ในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ เราจะได้เห็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกที่น่าติดตามมาก แถมยังมีแม่ที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญอีกด้วย
การเลือกฉากสนามบินเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องฉลาดมาก เพราะสนามบินคือสถานที่ของการจากลาและการพบเจอ การที่ครอบครัวนี้มาเจอกันที่นี่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ได้อย่างดี แสงสว่างและพื้นที่กว้างในฉากช่วยเสริมความรู้สึกโล่งใจแต่ก็เหงาปนกัน ในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ฉากนี้ตั้งต้นเรื่องราวได้สมบูรณ์แบบมาก
สีหน้าของแม่ตอนเห็นพ่ออุ้มลูกชายคนโตดูซับซ้อนมาก เหมือนมีความสุขแต่ก็มีความกังวลซ่อนอยู่ ลูกชายคนเล็กที่ยืนจับมือแม่ดูเหงาๆ นิดหน่อย แต่พอเห็นพ่อมาก็เริ่มยิ้ม เรื่องราวความรักระหว่างพ่อแม่ลูกในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ น่าจะมีดราม่าหนักมาก เพราะดูเหมือนจะมีเรื่องในอดีตที่ยังไม่จบ
ฉากเปิดเรื่องในสนามบินดูเท่มาก แม่ลูกสามเดินมาพร้อมกระเป๋าเดินทางและแว่นดำ ดูเหมือนขบวนการสายลับมากกว่าครอบครัวทั่วไป การที่พ่อมารับถึงที่พร้อมรอยยิ้มกว้างทำให้รู้ว่าเขารอคอยการกลับมานี้มานานแค่ไหน เรื่องราวในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ น่าจะวุ่นวายและสนุกมากแน่ๆ เพราะเด็กๆ ดูซนแต่ก็น่ารักจนใจละลาย