ดูสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ แล้วต้องบอกว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจมาก การที่เด็กน้อยต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้ใหญ่ทะเลาะกันทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ ฉากที่ผู้ชายในชุดสูทขาวพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยแต่กลับถูกมองข้าม แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ฝังรากลึกในครอบครัวนี้ การดำเนินเรื่องรวดเร็วแต่ไม่ทิ้งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญของตัวละคร
ต้องชื่นชมนักแสดงในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดิบมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดดำถูกบังคับให้คุกเข่าและโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่ดูจำยอม มันสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจบาตรใหญ่ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ฉากดราม่าหนักๆ แบบนี้ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครมาก อยากให้เรื่องราวจบลงด้วยดีแต่ก็รู้ว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น
จุดที่น่าสนใจที่สุดในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ คือปฏิกิริยาของเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะรู้เห็นอะไรบางอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมา สายตาที่มองผู้ใหญ่ทะเลาะกันด้วยความเงียบงันทำให้คนดูสงสัยว่าเด็กคนนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ฉากที่เด็กสองคนยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยยิ่งเพิ่มความลึกลับให้กับเนื้อเรื่อง ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าความจริงคืออะไร
ใครจะคิดว่าสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ จะมีฉากที่ชายชุดดำต้องคุกเข่าขอโทษแบบน่าเวทนาขนาดนี้ การเปลี่ยนจากท่าทางแข็งกร้าวมาเป็นการยอมจำนนต่อหน้าเด็กและผู้ใหญ่คนอื่นๆ สร้างความสะใจให้กับคนดูที่รอคอยจุดพลิกผันนี้มานาน ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครชนะตลอดไปและทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองในที่สุด
การดูสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ เหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนนั้นจริงๆ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการจ้องหน้ากันของตัวละครทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย โดยเฉพาะฉากที่หญิงชุดแดงพยายามปกป้องเด็กแต่กลับถูกทำร้ายความรู้สึก การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของนักแสดงทุกคนช่วยเสริมให้เรื่องราวมีความสมจริงและน่าติดตามมากขึ้น
ฉากเปิดเรื่องในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ทำเอาคนดูใจหายใจคว่ำทันทีเมื่อหญิงชุดแดงยิ้มหวานแต่แฝงความดราม่า การปะทะคารมกับชายชุดดำที่ดูจะเสียเปรียบทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเด็กกลายเป็นสมรภูมิรบทางอารมณ์ การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะตอนที่ถูกตบหน้าแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้ ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครจริงๆ