แค่ไม่กี่นาทีแรกของสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอก็เห็นความขัดแย้งชัดเจนมาก ผู้ชายในสูทขาวดูจะพยายามปกป้องลูกสาวตัวน้อย ในขณะที่ผู้หญิงชุดแดงที่เข้ามาทีหลังก็ดูมีบทบาทสำคัญกับเด็กผู้ชายที่มีรอยแผลที่หน้า เรื่องราวซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตัวละครทุกตัวต่างมีเหตุผลของตัวเอง คนดูอย่างเราๆ ก็ได้แต่นั่งเกาหัวว่ารุ่งหรือร่วงกันแน่
ต้องชมเด็กๆ ในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ว่าแสดงได้ธรรมชาติมาก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในชุดดำที่มองพ่อด้วยสายตาอ้อนวอน และเด็กผู้ชายที่มีรอยแผลที่หน้าซึ่งดูสับสนแต่ก็พยายามเข้มแข็ง ฉากที่ผู้หญิงชุดแดงเข้ามาจับไหล่เด็กผู้ชายแล้วพูดอะไรบางอย่างทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ การคัดเลือกนักแสดงเด็กเรื่องนี้ทำได้ดีมาก
นอกจากพล็อตเรื่องที่น่าสนใจแล้ว สามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ยังโดดเด่นเรื่องเครื่องแต่งกายของผู้แสดง ผู้ชายในสูทขาวดูภูมิฐานแต่ก็เย็นชา ผู้หญิงชุดฟ้าดูเป็นทางการแต่แฝงความแข็งกร้าว ส่วนผู้หญิงชุดแดงดูโดดเด่นและมีความเป็นแม่สูง การแต่งกายของแต่ละตัวละครช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ชัดเจนขึ้นมาก ทำให้คนดูจำตัวละครได้ง่าย
มีฉากหนึ่งในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ที่ผู้หญิงชุดแดงก้มลงมองเด็กผู้ชายที่มีรอยแผลที่หน้าแล้วพูดอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วใจสลาย สีหน้าของเด็กผู้ชายที่พยายามไม่ร้องไห้แต่ตาแดงก่ำทำให้คนดูอย่างเราๆ น้ำตาไหลตามไม่ทันได้ตั้งตัว ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครและอยากติดตามต่อว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร
ดูสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ แล้วรู้สึกว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของตัวละครทุกตัว ทำไมคุณครูถึงไม่พอใจพ่อลูกคู่นั้น ทำไมผู้หญิงชุดแดงถึงเข้ามาปกป้องเด็กผู้ชายคนนั้น และทำไมเด็กผู้ชายถึงมีรอยแผลที่หน้า เรื่องราวเหล่านี้ทำให้คนดูต้องติดตามทุกตอนเพื่อหาคำตอบ การดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ เปิดเผยความลับทำให้ไม่เบื่อเลย
ฉากเปิดเรื่องในสามพี่น้องจอมซนและคุณพ่อซีอีโอ ทำเอาคนดูใจหายใจคว่ำทันทีเมื่อคุณครูในชุดสีฟ้าเข้มยืนกอดอกจ้องมองพ่อลูกคู่หนึ่งด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร บรรยากาศในห้องเรียนที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความกดดัน การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลยจริงๆ ดูแล้วลุ้นแทนเด็กๆ มาก