ชอบการแสดงของนางเอกที่นอนป่วยมาก แค่ขยับตาหรือกระพริบตาก็สื่ออารมณ์ได้หมดเลย ตอนที่ถูกเพื่อนสาวจับมือแล้วร้องไห้ มันดูจริงใจและน่าสงสารมาก ทำให้คนดูอย่างเราอินไปกับความเจ็บปวดของเธอ ฉากนี้ใน รักกันใต้แสงจันทร์ ทำออกมาได้ดีมากจนอยากเข้าไปปลอบใจเธอจริงๆ เลยครับ
ฉากที่พระเอกกับนางเอกนั่งรออยู่บนม้านั่งในโถงทางเดิน มันเงียบแต่ทรงพลังมาก พระเอกสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ส่วนนางเอกก็นั่งนิ่งๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความกลัวผสมกัน บรรยากาศแบบนี้ใน รักกันใต้แสงจันทร์ มันดึงอารมณ์คนดูได้ดีจริงๆ ครับ
ตอนที่พระเอกเดินเข้ามาโอบกอดนางเอก มันคือฉากที่ซึ้งที่สุดเลย แม้จะไม่มีคำพูดแต่ภาษากายบอกทุกอย่างว่าเขารักและห่วงเธอแค่ไหน การที่นางเอกซบไหล่แล้วร้องไห้เบาๆ มันทำให้ใจเราพองโตตามไปด้วย ความโรแมนติกแบบนี้ใน รักกันใต้แสงจันทร์ หาชมได้ยากจริงๆ ครับ
ฉากจูบระหว่างพระเอกกับนางเอกมันช่างโรแมนติกและเข้มข้นมาก พระเอกจับหน้าเธออย่างทะนุถนอมก่อนจะจูบอย่างอ่อนโยน แต่แล้วทหารก็เดินเข้ามาทำให้บรรยากาศเปลี่ยนทันที ความตึงเครียดที่ผสมกับความหวานแบบนี้ใน รักกันใต้แสงจันทร์ ทำให้เราต้องลุ้นตัวโก่งเลยครับ
ชอบการถ่ายทำที่เน้นไปที่สายตาของตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนพระเอกมองนางเอกด้วยความรักและความกังวล หรือตอนนางเอกมองพระเอกด้วยความไว้วางใจ มันสื่ออารมณ์ได้ดีกว่าคำพูดเสียอีก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ใน รักกันใต้แสงจันทร์ ทำให้เรื่องดูมีมิติและน่าติดตามมากครับ
ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลเก่าแก่ดูขลังมาก แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นแต่ก็แฝงความตึงเครียด การที่หมอเข้ามาตรวจคนไข้แล้วมีชายชุดดำกับหญิงสาวสวยยืนมองอยู่ ทำให้รู้สึกว่ามีปมบางอย่างซ่อนอยู่ โดยเฉพาะสีหน้าของหญิงสาวที่ดูเป็นห่วงแต่ก็มีความกังวลลึกๆ ในดวงตา เรื่องราวใน รักกันใต้แสงจันทร์ เริ่มน่าสนใจตั้งแต่ต้นเลยครับ