ชอบจังหวะการตัดสลับระหว่างคนป่วยบนเตียงกับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ มันสร้างความกดดันให้คนดูได้อย่างน่าประหลาด แม้จะยังไม่มีบทพูดที่ชัดเจน แต่ภาษากายบอกเล่าเรื่องราวได้หมดจด โดยเฉพาะตอนที่เพื่อนเริ่มแสดงท่าทีแปลกๆ เหมือนกำลังพยายามกลั้นอารมณ์อะไรบางอย่างไว้ ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็งเลยว่าเรื่องใน รักสามเรา จะลงเอยยังไง
ตัวละครเพื่อนพยายามทำตัวร่าเริงแต่ยิ่งทำยิ่งดูน่าสงสาร สีหน้าที่พยายามยิ้มนั้นกลับสะท้อนความเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน ส่วนคนป่วยบนเตียงก็ดูอ่อนล้าแต่สายตายังคงมุ่งมั่น การปะทะอารมณ์ในฉากนี้ของ รักสามเรา ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังความลับของคนสองคนที่กำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป
ฉากในห้องโรงพยาบาลสีขาวโพลนกลับกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครเพื่อนดูเร่งรีบและกระวนกระวาย ในขณะที่คนป่วยกลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ความขัดแย้งนี้สร้างมิติให้เรื่องราวใน รักสามเรา น่าติดตามมาก อยากรู้เหลือเกินว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้นซ่อนความเจ็บปวดอะไรไว้บ้าง
ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างตัวละครทั้งสอง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันแต่ก็ยังพยายามดูแลกัน การที่เพื่อนพยายามทำให้คนป่วยยิ้มได้แม้ตัวเองจะทุกข์ใจ เป็นฉากที่กินใจมากใน รักสามเรา ทำให้หวนคิดถึงมิตรภาพแท้ๆ ในชีวิตจริง ว่าบางครั้งการอยู่ข้างๆ กันในยามยากคือสิ่งที่มีค่าที่สุดจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลดูเงียบเหงาจนน่าใจหาย แต่พอเพื่อนคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม มันเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นมาทันที แม้จะดูเป็นมิตรแต่แววตากลับซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ใน รักสามเรา สื่อสารได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สบตากันก็รู้แล้วว่ามีความลับอะไรบางอย่างที่กำลังจะระเบิดออกมา