การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตทำได้ดีมาก เราได้เห็นภาพเด็กน้อยวิ่งเล่นในบ้านเก่าๆ กับพี่ชายและพี่สาว มันช่างเป็นความทรงจำที่สวยงามแต่ก็เจ็บปวดเมื่อรู้ว่าพ่อต้องจากไป การเขียนจดหมายด้วยมือที่พันผ้าพันแผลของพ่อในโรงพยาบาล เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งใน รักสามเรา เลยทีเดียว
ฉากจบที่นางเอกเข้ามาโอบกอดพระเอกที่กำลังร้องไห้ เป็นฉากที่อบอุ่นและให้กำลังใจมาก แม้จะเศร้าแต่ก็รู้สึกว่ามีคนคอยอยู่ข้างๆ เสมอ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่สื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็เข้าใจความรู้สึกได้ทันที ดูแล้วอยากกอดใครสักคนขึ้นมาเลยจริงๆ สำหรับใครที่ชอบดราม่าเรียกน้ำตา ต้องไม่พลาด รักสามเรา
รายละเอียดเล็กๆ อย่างตุ๊กตาไม้ที่น้องชายถือไว้ตลอดเรื่อง เป็นสัญลักษณ์แทนความผูกพันในครอบครัวได้ดีมาก ฉากที่พี่ชายปลอบน้องให้นอนหลับโดยมีตุ๊กตาอยู่ในมือ ช่างเป็นภาพที่บริสุทธิ์และน่าเอ็นดู การที่พ่อเขียนจดหมายลาในขณะที่ร่างกายอ่อนแอแต่ใจยังเข้มแข็งเพื่อลูกๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ รักสามเรา เป็นมากกว่าแค่ละครดราม่าทั่วไป
แม้พ่อจะจากไปแล้ว แต่ความรักที่ส่งผ่านจดหมายยังคงอยู่ การที่ลูกๆ ได้อ่านความคิดสุดท้ายของพ่อ ทำให้พวกเขารู้ว่าไม่ได้ถูกทิ้งไว้คนเดียว ฉากในสุสานที่ทั้งคู่อโอบกอดกันทั้งน้ำตา เป็นเครื่องยืนยันว่าครอบครัวจะอยู่ด้วยกันเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดู รักสามเรา แล้วทำให้เรากลับมารักและหวงแหนคนในครอบครัวมากขึ้นจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในสุสานที่ฝนตกพรำๆ สร้างบรรยากาศโศกเศร้าได้สมบูรณ์แบบ การที่พระเอกได้รับจดหมายจากพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เนื้อเรื่องใน รักสามเรา เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกอ่านจดหมายแล้วร้องไห้โฮ มันสะท้อนความรักของพ่อที่มีต่อลูกได้อย่างลึกซึ้งและกินใจสุดๆ