การตัดต่อจากฉากในห้องนอนที่พระเอกเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างเงียบงัน มาสู่ฉากทำงานใช้แรงงานกลางแดดเปรี้ยง มันสร้างความรู้สึกหดหู่แต่ก็เต็มไปด้วยพลังบางอย่าง การที่เขาต้องมาเข็นรถดินทั้งที่ดูบอบบางในฉากก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตคนเราพลิกผันได้ตลอดเวลา ในเรื่อง รักสามเรา ฉากนี้เหมือนเป็นการล้างแค้นทางความรู้สึก ว่าแม้จะไม่มีเงินแต่เขาก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองที่ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำ
ชอบการวางคาแรคเตอร์ที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ระหว่างชายหนุ่มในชุดสูทหรูที่เดินถือถุงช้อปปิ้ง กับพระเอกที่ใส่เสื้อกล้ามเปื้อนฝุ่น การที่ชายคนนั้นเดินผ่านไปด้วยท่าทางเหยียดหยามยิ่งทำให้ความขัดแย้งพุ่งสูงขึ้น เรื่อง รักสามเรา เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก ตรงที่เรามักจะเห็นคนรวยดูถูกคนจน แต่สุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะในเกมความรักครั้งนี้ ต้องรอดูกันต่อไปว่าพระเอกจะลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมได้อย่างไร
ฉากที่พระเอกมองตามรถคันหรูที่ขับออกไป ทั้งที่ตัวเองต้องยืนทำงานหนัก มันคือภาพที่สะเทือนใจที่สุด เขาไม่ได้ร้องไห้โฮแต่แววตาบอกทุกอย่างว่าเขารู้สึกอย่างไร การที่เพื่อนสนิทพยายามจะตามไปแต่ถูกห้ามไว้ ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงด้วยตัวเอง เนื้อหาของ รักสามเรา ในตอนนี้เน้นไปที่การเติบโตของตัวละครที่ต้องเรียนรู้ว่าเงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แต่ศักดิ์ศรีสำคัญกว่า
ดูแล้วรู้สึกสงสารพระเอกจับใจ ที่ต้องมาอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดหลังจากถูกทิ้ง การที่เขาต้องมาทำงานใช้แรงงานในขณะที่อดีตคนรักใช้ชีวิตหรูหรา มันคือความเจ็บปวดที่จับต้องได้จริง ๆ แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้เนื้อเรื่องของ รักสามเรา มีเสน่ห์ เพราะมันไม่ได้ขายแค่ความดราม่า แต่ขายความหวังว่าคนดีจะได้ดี การที่เขายังคงมุ่งมั่นทำงานโดยไม่ย่อท้อ แสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้ชนะที่แท้จริงในใจของคนดู
ฉากเปิดเรื่องคือจุดพีคที่ดูแล้วจุกอกมาก เมื่อผู้หญิงยื่นบัตรเครดิตให้ชายหนุ่มในชุดยีนส์เพื่อแลกกับการจากไป ความรู้สึกของการถูกดูถูกด้วยเงินมันชัดเจนมาก แต่สิ่งที่ทำให้เรื่อง รักสามเรา น่าสนใจคือปฏิกิริยาของชายอีกคนที่พยายามห้ามปราม แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันซับซ้อนกว่าแค่เรื่องเงินทอง การแสดงสีหน้าเจ็บปวดของพระเอกทำให้คนดูอินไปกับความน้อยเนื้อต่ำใจได้อย่างง่ายดาย